ทำไมโรงพยาบาลยุคใหม่ เริ่มใช้ ‘โอโซน’ แทนสารเคมีในระบบ Cooling Tower

ระบบโอโซนบำบัด cooling tower ในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลและสถานสาธารณสุขเป็นสถานที่ที่ต้องมีการควบคุมความสะอาดตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่มีผลต่อมาตรฐานความสะอาดอย่างมากคือ ‘ระบบทำความเย็น’ ซึ่งเป็นระบบที่มีความเสี่ยงต่อการฟุ้งกระจายของละอองน้ำที่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ จึงต้องมีการทำความสะอาดหรือบำบัดน้ำในระบบ Cooling Tower ด้วย Ozone อยู่เสมอ

บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมโรงพยาบาลยุคใหม่ถึงหันมาใช้โอโซนบำบัดน้ำแทนสารเคมีในระบบ Cooling Tower พร้อมบอกข้อดีของระบบโอโซนให้ได้ทราบกัน
  • Cooling Tower ในโรงพยาบาลเป็นระบบสำคัญที่ต้องควบคุมคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงจากการสะสมของจุลินทรีย์และเชื้อ Legionella
  • ระบบโอโซนบำบัดน้ำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดการใช้สารเคมี ลดการเกิด Biofilm และควบคุมคุณภาพน้ำในระบบทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การจัดการคุณภาพน้ำในระบบ Cooling Tower อย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศ แต่ยังสนับสนุนมาตรฐานด้านสุขอนามัยและแนวทาง Green Hospital ในระยะยาว
Table of Contents

รู้จัก Cooling Tower คืออะไร? มีบทบาทอย่างไรในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ต้องเปิดระบบปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสร้างความสบายให้กับผู้เข้ามาใช้บริการ

Cooling Tower คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากน้ำในระบบปรับอากาศ (HVAC System) เพื่อให้น้ำสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ (Water Treatment) ยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมตะกรัน สนิม และการสะสมของจุลินทรีย์ภายในระบบ Cooling Tower ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการปนเปื้อนของเชื้อโรคผ่านละอองน้ำ และช่วยให้ระบบปรับอากาศของโรงพยาบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เชื้อ legionella ปัญหาในระบบ cooling tower ที่พบบ่อย

เชื้อ Legionella ปัญหาที่ต้องระวังใน Cooling Tower

สาเหตุที่โรงพยาบาลควรมีระบบบำบัดน้ำด้วยโอโซนนั้นมาจากเชื้อแบคทีเรียลีจิโอเนลลา (Legionella) ในน้ำหล่อเย็น (Condenser Water) ซึ่งมักจะอยู่ภายใน Cooling Tower หากไม่มีการจัดการอย่างถูกต้อง เชื้อตัวนี้จะเข้าไปปนเปื้อนกับละอองน้ำที่ระบายออกมาภายนอก ทำให้มีความเสี่ยงเกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง (Legionnaires’ Disease) กับคนไข้หรือผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ และอาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงมาตรฐานความสะอาดของโรงพยาบาล การใช้ระบบโอโซนบำบัดน้ำจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียลีจิโอเนลลาได้อย่างมีนัยสำคัญ

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม: เพิ่มประสิทธิภาพระบบ Condenser ด้วยนวัตกรรม OZONE และ EHR

ระบบโอโซน ทางเลือกบำบัดน้ำแบบปลอดเชื้อ

รู้จัก ‘ระบบโอโซน’ ทางเลือกกำจัดเชื้อแทนการใช้สารเคมีในระบบ Cooling Tower

ระบบบำบัดน้ำมีหลากหลายนวัตกรรม แต่สำหรับโรงพยาบาล ระบบโอโซนถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากโอโซนมีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ (Oxidizing Agent) ที่สามารถลดปริมาณจุลินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงช่วยควบคุมตะไคร่น้ำและไบโอฟิล์ม (Biofilm) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อลีจิโอเนลลาในระบบ Cooling Tower

นอกจากนี้ การใช้โอโซนในการบำบัดน้ำยังช่วยให้สามารถยกเลิกการใช้สารเคมีทั้งหมดในระบบได้ เนื่องจากหลังจากทำปฏิกิริยาแล้ว โอโซนสามารถสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนได้เอง จึงช่วยลดปัญหาสารเคมีตกค้าง และลดความเสี่ยงด้านการจัดเก็บสารเคมีอันตรายภายในโรงพยาบาล

อีกทั้งยังช่วยลดการสะสมของคราบสกปรกภายในระบบ ส่งผลให้ระบบปรับอากาศและ Cooling Tower ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม: ระบบบำบัดน้ำด้วยโอโซนเหมาะกับอุตสาหกรรมประเภทใดบ้าง

ข้อดีของระบบโอโซนบำบัดน้ำในระบบ Cooling Tower กำจัดเชื้อเพื่อมาตรฐานโรงพยาบาล

หากโรงพยาบาลเลือกใช้ระบบโอโซนบำบัดน้ำ นอกจากจะช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำหล่อเย็น และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบปรับอากาศแล้ว ระบบโอโซนยังมีข้อดีอื่น ๆ ดังนี้

  • โอโซนสามารถออกซิไดซ์และทำลายจุลินทรีย์ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงเชื้อลีจิโอเนลลาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยควบคุมตะไคร่น้ำและจุลินทรีย์ที่สะสมภายในระบบ Cooling Tower
  • ช่วยกำจัดเมือกชีวภาพ (Biofilm) และลดการสะสมของสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและตะไคร่น้ำภายในระบบน้ำหล่อเย็น
  • ช่วยลดการสะสมของคราบสกปรกและตะกรันภายในท่อและอุปกรณ์ของระบบทำความเย็น
  • ช่วยรักษาคุณภาพน้ำในระบบ ทำให้ลดโอกาสการสะสมของจุลินทรีย์ภายในระบบ Cooling Tower และ Chiller
  • ช่วยลดการระบายน้ำทิ้งและค่าบำบัดน้ำเสีย เนื่องจากระบบโอโซนไม่มีสารเคมีตกค้างไม่จำเป็นต้องนำไปบำบัดสารเคมีออก สามารถนำมาใช้ Recycle ไปใช้ต่อได้ทันที

การควบคุมคุณภาพน้ำที่เหมาะสมยังช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมและแพร่กระจายของเชื้อจุลินทรีย์ภายในระบบปรับอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับอาคารโรงพยาบาลและสถานพยาบาล

ดูรายละเอียดโซลูชัน: เทคโนโลยีโอโซนบำบัดน้ำอัจฉริยะ

ระบบโอโซนบำบัดน้ำ ดีกว่าการกำจัดเชื้อด้วยคลอรีนอย่างไร?

ข้อมูลจากการศึกษาด้าน Water Treatment พบว่า โอโซนมีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ที่มีประสิทธิภาพสูง จึงสามารถลดปริมาณจุลินทรีย์และควบคุม Biofilm ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสารฆ่าเชื้อบางประเภท โดยมีการนำระบบโอโซนมาใช้เปรียบเทียบกับการกำจัดเชื้อด้วยคลอรีนในระบบน้ำและ Cooling Tower ดังนี้

  • การใช้คลอรีนความเข้มข้นสูง สามารถควบคุมเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในบางระบบอาจต้องมีการเติมสารเคมีอย่างต่อเนื่อง และเกิดการสะสมของสารตกค้างหรือการกลับมาของจุลินทรีย์เมื่อเวลาผ่านไป
  • ในขณะที่โอโซนสามารถลดจุลินทรีย์และสลาย Biofilm ได้รวดเร็ว อีกทั้งหลังทำปฏิกิริยาแล้ว โอโซนยังสามารถสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนได้เอง จึงช่วยลดปัญหาสารเคมีตกค้างภายในระบบ

ด้วยเหตุนี้ ระบบโอโซนจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับการควบคุมคุณภาพน้ำในระบบ Cooling Tower และระบบปรับอากาศของโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม การออกแบบและควบคุมระบบโอโซนควรดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ และต้องควบคุมระดับความเข้มข้นของโอโซนในอากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน

ยกระดับมาตรฐานโรงพยาบาล ด้วยโซลูชันโอโซนบำบัดน้ำจาก Econowatt

การบริหารจัดการระบบ Cooling Tower ในสถานพยาบาล ถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของผู้ป่วย บุคลากร และผู้ใช้อาคาร เนื่องจากระบบน้ำหล่อเย็นที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม อาจเกิดการสะสมของจุลินทรีย์และ Biofilm ภายในระบบได้

ดังนั้น หากมีการปรับเปลี่ยนระบบ Water Treatment จากการใช้สารเคมีบางประเภทมาเป็นระบบโอโซนอีโคโนวัตต์ ก็จะช่วยควบคุมการสะสมของ Biofilm และลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อลีจิโอเนลลาในระบบ Cooling Tower ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอโซนอีโคโนวัตต์ ได้รับการรับรองจาก UL Verification มีความปลอดภัยสามารถกำจัดเชื้อลีจิโอเนลลาได้ 100% อีกทั้งยังช่วยรักษาคุณภาพน้ำหล่อเย็น (Condenser Water) ลดการใช้สารเคมีตกค้าง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบทำความเย็น

สำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการยกระดับสู่การเป็นสถานพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ Econowatt พร้อมให้บริการโซลูชันด้านการจัดการพลังงานและระบบบำบัดน้ำสำหรับระบบปรับอากาศ โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมระบบ Monitoring เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพน้ำ ลดความเสี่ยงด้านจุลชีววิทยา และสนับสนุนการทำงานของระบบ Cooling Tower และ Chiller ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

อ้างอิง :

  • Marchesi, I., Marchegiano, P., Bargellini, A., Cencetti, S., Frezza, G., Miselli, M., & Borella, P. (2011). Effectiveness of different methods to control Legionella in the water supply: Ten-year experience in an Italian university hospital. Journal of Hospital Infection, 77(1), 47–51. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21131100/
  • Hart, C. A., & Makin, T. (1991). Legionella in hospitals: A review. Journal of Hospital Infection, 18(Suppl A), 481–489. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/1679819/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ระบบโอโซนใน Cooling Tower (FAQ)

Q: เชื้อ Legionella เกี่ยวข้องกับ Cooling Tower อย่างไร?

A: Legionella คือแบคทีเรียที่สามารถเจริญเติบโตในระบบน้ำและ Cooling Tower ได้ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการสะสมของ Biofilm และตะกรัน หากเชื้อปนเปื้อนในละอองน้ำจากระบบ และมีการสูดดมเข้าไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ disease) ซึ่งเป็นโรคปอดอักเสบชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

Q: ระบบโอโซนบำบัดน้ำดีกว่าการใช้คลอรีนอย่างไร?

A: ระบบโอโซนช่วยควบคุมจุลินทรีย์และ Biofilm ได้อย่างรวดเร็วผ่านกระบวนการ Oxidation อีกทั้งหลังทำปฏิกิริยาแล้ว โอโซนยังสามารถสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนได้เอง จึงช่วยลดปัญหาสารเคมีตกค้างในระบบน้ำเมื่อเทียบกับการใช้สารฆ่าเชื้อบางประเภท

Q: ทำไมโรงพยาบาลจึงควรให้ความสำคัญกับ Water Treatment ใน Cooling Tower?

A: เพราะระบบ Water Treatment ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำ ลดการสะสมของตะกรัน การกัดกร่อน และ Biofilm ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์ ช่วยให้ระบบ Cooling Tower และระบบปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยภายในอาคารโรงพยาบาล

สารบัญ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แบบคำขอบทความและงานวิจัยอ้างอิง

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *

คำขอรายละเอียดผลิตภัณฑ์

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *