ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมต้องบำบัดน้ำเสีย? กฎหมายและมาตรฐานที่ควรรู้

กฎหมายบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานอุตสาหกรรมต้องใช้น้ำปริมาณมากในกระบวนการผลิต ทำให้เกิดการสะสมของน้ำเสียรอการบำบัดจำนวนมากในแต่ละวัน เพื่อควบคุมการระบายน้ำทิ้งจึงต้องมีกฎหมายบำบัดน้ำเสียจากโรงงานที่ชัดเจน ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกดำเนินคดี ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตได้

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับกฎหมายบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจพร้อมทั้งปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
Table of Contents

น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ก่อนทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดน้ำเสียในโรงงานกันก่อน โดยน้ำเสียจากโรงงานนั้นเกิดจากกระบวนการผลิต เช่น การล้างทำความสะอาดหรือกระบวนการอื่น ๆ แล้วเกิดการปนเปื้อนน้ำมัน สารเคมี ไขมัน สารแขวนลอย หรือสารอินทรีย์ที่ทำให้คุณภาพน้ำลดลงจนไม่สามารถนำกลับมาใช้หรือปล่อยสู่แหล่งธรรมชาติได้โดยตรง

หากไม่มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมที่ดี สารเหล่านี้อาจไหลสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนี่เองที่ทำให้ทุกโรงงานอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตามกฎหมายบําบัดน้ําเสียอย่างเคร่งครัด พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ได้จริง

อ่านบทความที่น่าสนใจ: Net Zero คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

กฎหมายบำบัดน้ำเสีย ที่เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมต้องรู้

กฎหมายบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ผู้ประกอบการต้องรู้

เพื่อควบคุมไม่ให้โรงงานปล่อยน้ำเสียเกินมาตรฐาน รัฐบาลได้ออกกฎหมายและประกาศหลายฉบับที่กำหนดให้โรงงานต้องติดตั้งและดำเนินการระบบบำบัดน้ำเสียให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ดังนี้

1. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562)

สำหรับพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไข (พ.ศ. 2562) เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการประกอบกิจการโรงงานที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย โดยมีข้อกำหนดต่อไปนี้

  • โรงงานต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม
  • ต้องตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด และบันทึกผลอย่างสม่ำเสมอ
  • ต้องบำรุงรักษาและดูแลระบบบำบัดน้ำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
  • หากปล่อยน้ำเสียเกินมาตรฐาน อาจถูกสั่งระงับการประกอบกิจการชั่วคราว

2. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

กฎหมายฉบับนี้เน้นการควบคุมมลพิษจากทุกแหล่งกำเนิด รวมถึงการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียดังนี้

  • มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามค่ามาตรฐานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด
  • ต้องมีการจัดเก็บสถิติข้อมูลและรายงานผลการตรวจวัดน้ำเสียต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
  • หากฝ่าฝืนอาจมีโทษทั้งจำและปรับ รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายกรณีที่ต้องทำการแก้ไขด้วย

3. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560

ประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำหนดค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตาม ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมและการปนเปื้อน โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานแบ่งเป็น 2 มาตรฐานสำคัญต่อไปนี้

ตารางที่ 1: มาตรฐานลักษณะน้ำทิ้งทั่วไป

ลำดับดัชนีคุณภาพน้ำ (Parameter)เกณฑ์มาตรฐานหน่วย
1ความเป็นกรดและด่าง (pH)5.5 ถึง 9.0
2อุณหภูมิ (Temperature)ไม่เกิน 40องศาเซลเซียส
3สี (Color)ไม่เกิน 300เอดีเอ็มไอ (ADMI)
4ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS)ไม่เกิน 3,000
(กรณีระบายลงแหล่งน้ำปกติ)
มิลลิกรัม/ลิตร
5ของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (TSS)ไม่เกิน 50มิลลิกรัม/ลิตร
6บีโอดี (BOD)ไม่เกิน 20มิลลิกรัม/ลิตร
7ซีโอดี (COD)ไม่เกิน 120มิลลิกรัม/ลิตร
8ซัลไฟด์ (Sulfide)ไม่เกิน 1มิลลิกรัม/ลิตร
9ไซยาไนด์ (Cyanide)ไม่เกิน 0.2มิลลิกรัม/ลิตร
10น้ำมันและไขมัน (Oil and Grease)ไม่เกิน 5มิลลิกรัม/ลิตร
11ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)ไม่เกิน 1มิลลิกรัม/ลิตร
12สารประกอบฟีนอล (Phenols)ไม่เกิน 1มิลลิกรัม/ลิตร
13คลอรีนอิสระ (Free Chlorine)ไม่เกิน 1มิลลิกรัม/ลิตร
14สารฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ (Pesticide)ต้องตรวจไม่พบ
15ทีเคเอ็น (TKN)ไม่เกิน 100มิลลิกรัม/ลิตร

หมายเหตุ: ในกรณีระบายลงแหล่งน้ำที่มีค่า TDS เกิน 3,000 มิลลิกรัม/ลิตร อยู่แล้ว ค่า TDS ในน้ำทิ้งต้องมีค่าเกินกว่าแหล่งน้ำนั้นได้ไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัม/ลิตร

ตารางที่ 2: มาตรฐานโลหะหนักในน้ำทิ้ง

ลำดับรายการโลหะหนักเกณฑ์มาตรฐาน (ไม่เกิน)หน่วย
1สังกะสี (Zn)5.0มิลลิกรัม/ลิตร
2โครเมียมเฮกซะวาเลนท์ (Hexavalent Cr)0.25มิลลิกรัม/ลิตร
3โครเมียมไตรวาเลนท์ (Trivalent Cr)0.75มิลลิกรัม/ลิตร
4สารหนู (As)0.25มิลลิกรัม/ลิตร
5ทองแดง (Cu)2.0มิลลิกรัม/ลิตร
6ปรอท (Hg)0.005มิลลิกรัม/ลิตร
7แคดเมียม (Cd)0.03มิลลิกรัม/ลิตร
8แบเรียม (Ba)1.0มิลลิกรัม/ลิตร
9ซีลีเนียม (Se)0.02มิลลิกรัม/ลิตร
10ตะกั่ว (Pb)0.2มิลลิกรัม/ลิตร
11นิกเกิล (Ni)1.0มิลลิกรัม/ลิตร
12แมงกานีส (Mn)5.0มิลลิกรัม/ลิตร

ข้อกำหนดสำคัญเพิ่มเติม

  • วิธีการเก็บตัวอย่าง ให้เก็บแบบจ้วง (Grab Sample) ณ จุดระบายทิ้งออกจากโรงงาน
  • ข้อห้าม ห้ามใช้วิธีทำให้เจือจาง (Dilution) เพื่อให้ค่าน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

สาเหตุที่โรงงานต้องบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน

แม้การบำบัดน้ำเสียจากโรงงานจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมายแล้ว ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่บอกได้ว่าทำไมทุกโรงงานถึงควรติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเฉพาะด้านต่อไปนี้

  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร การให้ความสำคัญกับระบบบำบัดน้ำเสียนั้นสอดคล้องกับแนวคิด ESG และ Net Zero ซึ่งเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าเป็นองค์กรสีเขียวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน
  • ลดต้นทุนระยะยาว น้ำที่ผ่านการบำบัดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ผ่านระบบรีไซเคิลน้ำ เช่น รดน้ำ ล้างพื้น หรือใช้ในระบบน้ำหล่อเย็น
  • เพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน น้ำที่ผ่านการบำบัดจะไม่ส่งกลิ่นเหม็นและไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคภายในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม
การทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม

หลักการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม

ระบบบำบัดน้ำเสียมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะน้ำเสียและพื้นที่ของโรงงาน โดยหลักการแล้วจะมี 3 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำงานร่วมกัน

1. การบำบัดขั้นต้น (Primary Treatment)

กำจัดของแข็งขนาดใหญ่ เช่น เศษผ้า ทราย และตะกอน โดยใช้ถังดักตะกอนหรือบ่อพักน้ำ หรือใช้ระบบ MBDAF โดยขั้นตอนนี้จะเน้นการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีทางกายภาพ

2. การบำบัดขั้นที่สอง (Secondary Treatment)

ขั้นตอนนี้จะใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ เช่น ระบบบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่ง ระบบบ่อเติมอากาศ

3. การบำบัดขั้นสุดท้าย (Tertiary Treatment)

การบำบัดน้ำเสียในขั้นตอนสุดท้าย ส่วนใหญ่แล้วเป็นการกรองน้ำด้วยระบบ UF ระบบ RO หรือระบบ ECR เพื่อให้น้ำมีความสะอาดสูง รวมถึงการเพิ่ม Ozone ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ได้น้ำสะอาดที่พร้อมต่อการนำกลับมาใช้

แนวทางการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องและผ่านการตรวจตามมาตรฐาน ควรใช้แนวทางต่อไปนี้ในการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย

  • ออกแบบระบบโดยวิศวกรสิ่งแวดล้อมที่มีใบอนุญาต
  • ยื่นขออนุญาตก่อสร้างและติดตั้งจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งและจัดทำรายงานผลตามความถี่ที่ระบุในกฎหมายและใบอนุญาต
  • บำรุงรักษาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้ำทิ้งคงคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน

หากมีการติดตั้งโดยไม่ขออนุญาตอาจมีบทลงโทษตามกฎหมาย ดังนั้นก่อนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ควรปรึกษากับผู้ให้บริการติดตั้ง เพื่อให้ได้รับการออกแบบที่เหมาะสมพร้อมคำแนะนำในการขออนุญาตอย่างถูกต้อง

Econowatt รับติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียครบวงจรสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

เพื่อให้การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียรองรับทั้งด้านประสิทธิภาพและพื้นที่ใช้งานEconowatt มีผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งตามกฎหมายบําบัดน้ําเสียในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมการดูแลแบบครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น

  • MBDAF (Micro Bubble Dissolved Air Flotation) สำหรับแยกน้ำมันและตะกอน
  • EHR (Electro Hardness Removal) สำหรับลดความกระด้างของน้ำ
  • UF และ ECR สำหรับกรองละเอียดและรีไซเคิลน้ำ
  • Biomicrogel สารชีวภาพดักจับน้ำมัน ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
  • Ozone ที่ช่วยกำจัดเชื้อ กลิ่น สี ไม่ทำให้เกิดสารเคมีตกค้าง เพื่อให้ได้น้ำสะอาดตามข้อกำหนด และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

ระบบทั้งหมดถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งานจริง ช่วยให้โรงงานปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมั่นใจ สอบถามได้ที่ ติดต่อเรา

ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมาย โดย econowatt

กฎหมายบําบัดน้ําเสียโรงงานอุตสาหกรรม เรื่องสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

กฎหมายบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม เป็นข้อกำหนดที่ไม่ได้ออกมาเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการบริหารจัดการน้ำทิ้งจากโรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และช่วยป้องกันการปนเปื้อนของแหล่งน้ำธรรมชาติที่อาจส่งผลต่อชุมชนในบริเวณใกล้เคียงได้

สำหรับเจ้าของโรงงานที่กำลังมองหาโซลูชั่นดี ๆ ในการบำบัดน้ำเสีย Econowatt พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยวางแผน ออกแบบ และติดตั้งระบบตามกฎหมายบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและการบริการแบบครบวงจร เพื่อให้โรงงานของคุณมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และยั่งยืนอย่างแท้จริง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

อ้างอิง :

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กฎหมายบําบัดน้ําเสีย (FAQ)

Q: โรงงานทุกประเภทจำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียหรือไม่?

A: ทุกโรงงานที่มีน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมายบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม

Q: หากโรงงานปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัด จะมีโทษอย่างไร?

A: อาจถูกสั่งระงับกิจการและปรับตามอัตราโทษ รวมถึงค่าปรับรายวันในกรณีฝ่าฝืนต่อเนื่อง ตามดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่และบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Q: ต้องตรวจคุณภาพน้ำเสียบ่อยแค่ไหน?

A: โรงงานควรตรวจคุณภาพน้ำทิ้งอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจัดทำรายงานผลเพื่อส่งหน่วยงานภาครัฐ

Q: ระบบบำบัดน้ำเสียต้องขออนุญาตก่อนติดตั้งหรือไม่?

A: ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยให้วิศวกรผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ออกแบบระบบและลงนามรับรอง

สารบัญ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แบบคำขอบทความและงานวิจัยอ้างอิง

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *

คำขอรายละเอียดผลิตภัณฑ์

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *