ทำไมถึงต้องมีการบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม?
การที่โรงงานมีระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นวิธีช่วยกำจัดหรือทำลายสิ่งปนเปื้อนในน้ำเสียให้หมดไปหรือเหลือในระดับต่ำตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อลดการก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะปลายทางของน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตส่วนใหญ่แล้วคือการปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้น้ำเหล่านั้นสะอาด และปลอดภัยมากที่สุด
ระบบบำบัดน้ำเสียยังเป็นการลดของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นขั้นตอนพื้นฐานสู่ความยั่งยืน เพราะน้ำที่ผ่านการบำบัดในขั้นสูง (Advanced Treatment) สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยระบบรีไซเคิลน้ำ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรได้
อ่านบทความที่น่าสนใจ: 5 ปัญหาน้ำเสียในโรงงานที่ระบบบำบัดน้ำยุคใหม่ช่วยแก้ได้

10 อุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย
อุตสาหกรรมต่อไปนี้ล้วนมีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตในระดับสูง ในโรงงานจึงต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ออกแบบให้เหมาะกับลักษณะน้ำทิ้ง
1. อุตสาหกรรมผลิตอาหาร
อุตสาหกรรมอาหารมีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตค่อนข้างสูง ตั้งแต่ขั้นตอนการล้างวัตถุดิบ การแปรรูป ไปจนถึงการล้างพื้นที่ผลิต ซึ่งปัญหาน้ำเสียที่พบบ่อยจากโรงงานผลิตอาหาร เช่นค่า BOD/COD สูงเกินมาตรฐาน มีการปนเปื้อนของน้ำมันและไขมันจำนวนมาก น้ำมีของแข็งแขวนลอยจากเศษผัก เนื้อสัตว์ รวมถึงขยะอินทรีย์ที่อาจปนเปื้อนในระดับสูง
2. อุตสาหกรรมชุบโลหะ
อุตสาหกรรมชุบโลหะ มักมีการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารเคมีหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครเมียม นิกเกิล สารกรด-ด่าง จึงต้องมีโรงงานบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำ รวมถึงการใช้ระบบกรองขั้นสูงอย่างระบบกรองน้ำ UF และ ECR เพื่อใช้ในระบบรีไซเคิลน้ำ
3. อุตสาหกรรมสิ่งทอ
สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและฟอกย้อมจะใช้ทั้งน้ำและเคมีปริมาณมากในกระบวนการผลิต ทำให้มีการปนเปื้อนของน้ำเสียในปริมาณมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการปนเปื้อนของสี กลิ่น สารอินทรีย์ซับซ้อนและสีย้อม ทำให้น้ำเสียมีสีเข้มและย่อยสลายได้ยาก
ระบบบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมประเภทนี้จึงต้องมีเทคโนโลยีเฉพาะร่วมกับระบบชีวภาพในการกำจัดสารปนเปื้อน การกรองสารแขวนลอยและใช้โอโซนในการลดสีน้ำทิ้งจะสอดคล้องกับอุตสาหกรรมประเภทนี้เป็นอย่างมาก
4. อุตสาหกรรมผลิตเครื่องสำอาง
โรงงานผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว จะมีส่วนผสมของสารเคมีตกค้างหลายชนิดที่ใช้ในกระบวนการผลิตปนเปื้อนในน้ำ เช่น ซิลิโคน สารลดแรงตึงผิว น้ำมัน ไขมัน สีและน้ำหอม โรงงานอุตสาหกรรมประเภทนี้จึงต้องมีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

5. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเกษตร
อุตสาหกรรมการเกษตรจำเป็นต้องใช้น้ำในขั้นตอนต่าง ๆ เช่น การชลประทาน การล้างเครื่องจักร หรือการให้น้ำปศุสัตว์ ซึ่งน้ำเสียที่มาจากอุตสาหกรรมกลุ่มนี้มักพบสารปนเปื้อนอย่างไนเตรตและฟอสเฟตในปริมาณสูง บางแห่งอาจมีสารเคมีที่ใช้ในการฆ่าแมลงหรือกำจัดวัชพืชร่วมด้วย
Econowatt รับออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียครบวงจร ด้วยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รูปแบบระบบที่ตรงกับอุตสาหกรรมและประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียได้จริง สอบถามเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา
6. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยา
โรงงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาต้องใช้น้ำเกือบทุกกระบวนการผลิต ทำให้มีการสะสมของน้ำเสียปริมาณมาก ซึ่งน้ำเสียจากอุตสาหกรรมกลุ่มนี้จะมีสารประกอบอินทรีย์หลายชนิดที่อาจมีฤทธิ์ทางชีวภาพสูง จึงต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ควบคุมได้แม่นยำ
7. อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ
อุตสาหกรรมผลิตกระดาษหรือเยื่อกระดาษ ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการผลิต และมีส่วนประกอบของ กรด คลอรีน จำนวนมากในการฟอกขาว ทำให้น้ำเสียจากการผลิตกระดาษมีการปนเปื้อนของสารเคมีหลายชนิด เช่น คลอโรฟอร์ม ไดออกซิน ฟีนอล และไฮโดรคาร์บอน ซึ่งหากปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ผ่านการบำบัดน้ำเสียจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
8. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการก่อสร้าง
โรงงานอุตสาหกรรมด้านการก่อสร้าง มักจะก่อให้เกิดน้ำเสียจากการล้างอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ทำให้น้ำมีการปนเปื้อนของสี กาว และตัวทำละลาย จึงต้องมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการมีโรงบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมเพื่อให้น้ำสะอาดและบริสุทธิ์มากที่สุด
9. อุตสาหกรรมยานยนต์
อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรจะมีการใช้น้ำมัน จารบี สี ตัวทำละลาย และน้ำยาที่ใช้ล้างชิ้นส่วน ปัญหาน้ำเสียจากอุตสาหกรรมยานยนต์มักจะเกิดขึ้นจากการใช้น้ำปริมาณมากล้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำให้น้ำมีการปนเปื้อนของสารเหล่านี้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและหากต้องนำน้ำกลับไปใช้ใหม่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียร่วมกับระบบรีไซเคิลน้ำอย่างเหมาะสม
10. อุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมัน
โรงงานที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซ จะมีปริมาณน้ำเสียจำนวนมากในขั้นตอนของการสกัดน้ำมันและกระบวนการทำความสะอาด ทำให้เกิดของเสียจากน้ำมันปะปนกับน้ำเสีย การบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ บางกรณีเมื่อผ่านกระบวนการบำบัดยังสามารถนำน้ำและน้ำมันกลับมาแปรรูปเพื่อใช้ได้อีกด้วย

วิธีการบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม มีอะไรบ้าง?
แม้แต่ละอุตสาหกรรมจะมีลักษณะน้ำเสียต่างกัน แต่การบำบัดน้ำเสียจากโรงงานส่วนใหญ่มีหลักการที่คล้ายกันโดยผ่าน 3 วิธีการ ดังนี้
1. การบำบัดทางกายภาพ
การบำบัดน้ำเสียขั้นแรก เป็นวิธีทางกายภาพที่ใช้กรองของเสียและสิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดใหญ่ หรือสามารถมองเห็นได้ เช่น เศษขยะ ตะกอนหิน ดิน ทราย และคราบน้ำมัน โดยใช้วิธีบำบัด เช่น
- การใช้ตะแกรงกรองตะกอน
- การแยกน้ำมัน ไขมัน
- การใช้ระบบ MBDAF เทคโนโลยีบำบัดน้ำขั้นสูง ที่แยกของแข็ง น้ำมัน และไขมัน ออกจากน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การบำบัดทางเคมี
หลักการบำบัดในขั้นตอนนี้เป็นวิธีบำบัดน้ำเสียทางเคมี เช่น น้ำเสียในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารพิษโลหะหนัก หรือธาตุบางอย่างที่ทำให้น้ำกระด้าง โดยใช้วิธีการต่อไปนี้
- การปรับค่า pH
- การแลกเปลี่ยนไออน
- การใช้สารช่วยตกตะกอน เช่น Polymer หรือ Biomicrogel
3. การบำบัดทางชีวภาพ
วิธีการบำบัดน้ำเสียโดยใช้หลักทางชีวภาพ ด้วยการใช้จุลลินทรีย์เข้ามากำจัดสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำเสียที่อยู่ในน้ำเสีย โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีวิธีการอยู่ 2 แบบ คือ บำบัดทางชีวภาพโดยใช้อากาศ และไม่ใช้อากาศ
- ระบบตะกอนเร่ง
- ระบบแผ่นเมมเบรน MBR
- การเติมอากาศเพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์
การเลือกวิธีการบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม อาจต้องพิจารณาร่วมกับประเภทของอุตสาหกรรมและลักษณะของน้ำเสียร่วมด้วย นอกจากนี้หากต้องการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำหลังบำบัดต้องผ่านกระบวนการรีไซเคิลน้ำก่อน ซึ่งจะเป็นขั้นตอนการกรองน้ำผ่านระบบ Ultra Filtration และ การลดประจุด้วยเครื่องแยกประจุ Electro Conductivity Reducer (ECR)

จัดการน้ำทิ้งอย่างยั่งยืน ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยจาก Econowatt
การมีโรงงานบำบัดน้ำเสียที่ถูกต้องไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นวิธีลดของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร และช่วยให้องค์กรก้าวสู่ความยั่งยืนได้ในระยะยาว
ทั้งนี้เพื่อให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ Econowatt มีผู้เชี่ยวชาญในงานออกแบบและติดตั้งครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อวางแนวทางบำบัดน้ำเสียได้เหมาะสมกับอุตสาหกรรม ให้องค์กรของคุณมุ่งสู่องค์กรสีเขียวได้อย่างแท้จริง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Line: @econowatt
- Facebook: ไทยเอ็นเนอร์ยี่คอนเซอร์เวชั่น ระบบบำบัดน้ำอนุรักษ์พลังงาน Econowatt
- Tel: 02-809-1601
- Email: sales@econowatt.co.th
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม (FAQ)
Q: เลือกระบบบำบัดน้ำเสียแบบไหนดีสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม?
A: วิเคราะห์ค่า BOD, COD, SS, สิ่งปนเปื้อนในน้ำ เช่น น้ำมัน สารเคมีและลักษณะน้ำเสียก่อน เพื่อกำหนดระบบที่เหมาะสม เช่น MBDAF หรือระบบชีวภาพ
Q: น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ หากการรีไซเคิลน้ำด้วยระบบกรองแบบ UF และ ECR เพื่อให้คุณภาพน้ำอยู่ในระดับมาตรฐานสำหรับการนำกลับมาใช้ใหม่
Q: ระบบบำบัดน้ำเสียต้องบำรุงรักษาบ่อยแค่ไหน?
A: ขึ้นอยู่กับประเภทของระบบ แต่ควรตรวจคุณภาพน้ำทิ้งอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และตรวจสอบอุปกรณ์หลักตามรอบที่กำหนด
