10 ประเภทอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย

อุตสาหกรรมที่ในโรงงานต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย
น้ำเสียในโรงงานอุตสาหรกรมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะกระบวนการผลิตส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้น้ำไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อีกทั้งน้ำเสียเหล่านี้ยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกโรงงานจำเป็นต้องมี เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน และปฏิบัติตามข้อกฎหมาย

ในบทความนี้ได้รวม 10 ประเภทอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจและสามารถปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม
Table of Contents

ทำไมถึงต้องมีการบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม?

การที่โรงงานมีระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นวิธีช่วยกำจัดหรือทำลายสิ่งปนเปื้อนในน้ำเสียให้หมดไปหรือเหลือในระดับต่ำตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อลดการก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะปลายทางของน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตส่วนใหญ่แล้วคือการปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้น้ำเหล่านั้นสะอาด และปลอดภัยมากที่สุด

ระบบบำบัดน้ำเสียยังเป็นการลดของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นขั้นตอนพื้นฐานสู่ความยั่งยืน เพราะน้ำที่ผ่านการบำบัดในขั้นสูง (Advanced Treatment) สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยระบบรีไซเคิลน้ำ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรได้

อ่านบทความที่น่าสนใจ: 5 ปัญหาน้ำเสียในโรงงานที่ระบบบำบัดน้ำยุคใหม่ช่วยแก้ได้

อุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีการบำบัดน้ำเสีย

10 อุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย

อุตสาหกรรมต่อไปนี้ล้วนมีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตในระดับสูง ในโรงงานจึงต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ออกแบบให้เหมาะกับลักษณะน้ำทิ้ง

1. อุตสาหกรรมผลิตอาหาร

อุตสาหกรรมอาหารมีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตค่อนข้างสูง ตั้งแต่ขั้นตอนการล้างวัตถุดิบ การแปรรูป ไปจนถึงการล้างพื้นที่ผลิต ซึ่งปัญหาน้ำเสียที่พบบ่อยจากโรงงานผลิตอาหาร เช่นค่า BOD/COD สูงเกินมาตรฐาน มีการปนเปื้อนของน้ำมันและไขมันจำนวนมาก น้ำมีของแข็งแขวนลอยจากเศษผัก เนื้อสัตว์ รวมถึงขยะอินทรีย์ที่อาจปนเปื้อนในระดับสูง

2. อุตสาหกรรมชุบโลหะ

อุตสาหกรรมชุบโลหะ มักมีการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารเคมีหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครเมียม นิกเกิล สารกรด-ด่าง จึงต้องมีโรงงานบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำ รวมถึงการใช้ระบบกรองขั้นสูงอย่างระบบกรองน้ำ UF และ ECR เพื่อใช้ในระบบรีไซเคิลน้ำ

3. อุตสาหกรรมสิ่งทอ

สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและฟอกย้อมจะใช้ทั้งน้ำและเคมีปริมาณมากในกระบวนการผลิต ทำให้มีการปนเปื้อนของน้ำเสียในปริมาณมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการปนเปื้อนของสี กลิ่น สารอินทรีย์ซับซ้อนและสีย้อม ทำให้น้ำเสียมีสีเข้มและย่อยสลายได้ยาก

ระบบบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมประเภทนี้จึงต้องมีเทคโนโลยีเฉพาะร่วมกับระบบชีวภาพในการกำจัดสารปนเปื้อน การกรองสารแขวนลอยและใช้โอโซนในการลดสีน้ำทิ้งจะสอดคล้องกับอุตสาหกรรมประเภทนี้เป็นอย่างมาก

4. อุตสาหกรรมผลิตเครื่องสำอาง

โรงงานผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว จะมีส่วนผสมของสารเคมีตกค้างหลายชนิดที่ใช้ในกระบวนการผลิตปนเปื้อนในน้ำ เช่น ซิลิโคน สารลดแรงตึงผิว น้ำมัน ไขมัน สีและน้ำหอม โรงงานอุตสาหกรรมประเภทนี้จึงต้องมีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

ระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับอุตสาหกรรมการเกษตร

5. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเกษตร

อุตสาหกรรมการเกษตรจำเป็นต้องใช้น้ำในขั้นตอนต่าง ๆ เช่น การชลประทาน การล้างเครื่องจักร หรือการให้น้ำปศุสัตว์ ซึ่งน้ำเสียที่มาจากอุตสาหกรรมกลุ่มนี้มักพบสารปนเปื้อนอย่างไนเตรตและฟอสเฟตในปริมาณสูง บางแห่งอาจมีสารเคมีที่ใช้ในการฆ่าแมลงหรือกำจัดวัชพืชร่วมด้วย

Econowatt รับออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียครบวงจร ด้วยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รูปแบบระบบที่ตรงกับอุตสาหกรรมและประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียได้จริง สอบถามเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา

6. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยา

โรงงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาต้องใช้น้ำเกือบทุกกระบวนการผลิต ทำให้มีการสะสมของน้ำเสียปริมาณมาก ซึ่งน้ำเสียจากอุตสาหกรรมกลุ่มนี้จะมีสารประกอบอินทรีย์หลายชนิดที่อาจมีฤทธิ์ทางชีวภาพสูง จึงต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ควบคุมได้แม่นยำ

7. อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ

อุตสาหกรรมผลิตกระดาษหรือเยื่อกระดาษ ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการผลิต และมีส่วนประกอบของ กรด คลอรีน จำนวนมากในการฟอกขาว ทำให้น้ำเสียจากการผลิตกระดาษมีการปนเปื้อนของสารเคมีหลายชนิด เช่น คลอโรฟอร์ม ไดออกซิน ฟีนอล และไฮโดรคาร์บอน ซึ่งหากปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ผ่านการบำบัดน้ำเสียจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

8. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการก่อสร้าง

โรงงานอุตสาหกรรมด้านการก่อสร้าง มักจะก่อให้เกิดน้ำเสียจากการล้างอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ทำให้น้ำมีการปนเปื้อนของสี กาว และตัวทำละลาย จึงต้องมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการมีโรงบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมเพื่อให้น้ำสะอาดและบริสุทธิ์มากที่สุด

9. อุตสาหกรรมยานยนต์

อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรจะมีการใช้น้ำมัน จารบี สี ตัวทำละลาย และน้ำยาที่ใช้ล้างชิ้นส่วน ปัญหาน้ำเสียจากอุตสาหกรรมยานยนต์มักจะเกิดขึ้นจากการใช้น้ำปริมาณมากล้างชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำให้น้ำมีการปนเปื้อนของสารเหล่านี้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและหากต้องนำน้ำกลับไปใช้ใหม่จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียร่วมกับระบบรีไซเคิลน้ำอย่างเหมาะสม

10. อุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมัน

โรงงานที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซ จะมีปริมาณน้ำเสียจำนวนมากในขั้นตอนของการสกัดน้ำมันและกระบวนการทำความสะอาด ทำให้เกิดของเสียจากน้ำมันปะปนกับน้ำเสีย การบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ บางกรณีเมื่อผ่านกระบวนการบำบัดยังสามารถนำน้ำและน้ำมันกลับมาแปรรูปเพื่อใช้ได้อีกด้วย

วิธีการบำบัดน้ำเสียในโรงงานมีอะไรบ้าง

วิธีการบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม มีอะไรบ้าง?

แม้แต่ละอุตสาหกรรมจะมีลักษณะน้ำเสียต่างกัน แต่การบำบัดน้ำเสียจากโรงงานส่วนใหญ่มีหลักการที่คล้ายกันโดยผ่าน 3 วิธีการ ดังนี้

1. การบำบัดทางกายภาพ

การบำบัดน้ำเสียขั้นแรก เป็นวิธีทางกายภาพที่ใช้กรองของเสียและสิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดใหญ่ หรือสามารถมองเห็นได้ เช่น เศษขยะ ตะกอนหิน ดิน ทราย และคราบน้ำมัน โดยใช้วิธีบำบัด เช่น

  • การใช้ตะแกรงกรองตะกอน
  • การแยกน้ำมัน ไขมัน
  • การใช้ระบบ MBDAF เทคโนโลยีบำบัดน้ำขั้นสูง ที่แยกของแข็ง น้ำมัน และไขมัน ออกจากน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การบำบัดทางเคมี

หลักการบำบัดในขั้นตอนนี้เป็นวิธีบำบัดน้ำเสียทางเคมี เช่น น้ำเสียในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารพิษโลหะหนัก หรือธาตุบางอย่างที่ทำให้น้ำกระด้าง โดยใช้วิธีการต่อไปนี้

  • การปรับค่า pH
  • การแลกเปลี่ยนไออน
  • การใช้สารช่วยตกตะกอน เช่น Polymer หรือ Biomicrogel

3. การบำบัดทางชีวภาพ

วิธีการบำบัดน้ำเสียโดยใช้หลักทางชีวภาพ ด้วยการใช้จุลลินทรีย์เข้ามากำจัดสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำเสียที่อยู่ในน้ำเสีย โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีวิธีการอยู่ 2 แบบ คือ บำบัดทางชีวภาพโดยใช้อากาศ และไม่ใช้อากาศ

  • ระบบตะกอนเร่ง
  • ระบบแผ่นเมมเบรน MBR
  • การเติมอากาศเพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์

การเลือกวิธีการบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม อาจต้องพิจารณาร่วมกับประเภทของอุตสาหกรรมและลักษณะของน้ำเสียร่วมด้วย นอกจากนี้หากต้องการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำหลังบำบัดต้องผ่านกระบวนการรีไซเคิลน้ำก่อน ซึ่งจะเป็นขั้นตอนการกรองน้ำผ่านระบบ Ultra Filtration และ การลดประจุด้วยเครื่องแยกประจุ Electro Conductivity Reducer (ECR)

econowatt รับออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม

จัดการน้ำทิ้งอย่างยั่งยืน ด้วยระบบบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยจาก Econowatt

การมีโรงงานบำบัดน้ำเสียที่ถูกต้องไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นวิธีลดของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร และช่วยให้องค์กรก้าวสู่ความยั่งยืนได้ในระยะยาว

ทั้งนี้เพื่อให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ Econowatt มีผู้เชี่ยวชาญในงานออกแบบและติดตั้งครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อวางแนวทางบำบัดน้ำเสียได้เหมาะสมกับอุตสาหกรรม ให้องค์กรของคุณมุ่งสู่องค์กรสีเขียวได้อย่างแท้จริง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม (FAQ)

Q: เลือกระบบบำบัดน้ำเสียแบบไหนดีสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม?

A: วิเคราะห์ค่า BOD, COD, SS, สิ่งปนเปื้อนในน้ำ เช่น น้ำมัน สารเคมีและลักษณะน้ำเสียก่อน เพื่อกำหนดระบบที่เหมาะสม เช่น MBDAF หรือระบบชีวภาพ

Q: น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่?

A: สามารถทำได้ หากการรีไซเคิลน้ำด้วยระบบกรองแบบ UF และ ECR เพื่อให้คุณภาพน้ำอยู่ในระดับมาตรฐานสำหรับการนำกลับมาใช้ใหม่

Q: ระบบบำบัดน้ำเสียต้องบำรุงรักษาบ่อยแค่ไหน?

A: ขึ้นอยู่กับประเภทของระบบ แต่ควรตรวจคุณภาพน้ำทิ้งอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และตรวจสอบอุปกรณ์หลักตามรอบที่กำหนด

สารบัญ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แบบคำขอบทความและงานวิจัยอ้างอิง

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *

คำขอรายละเอียดผลิตภัณฑ์

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *