น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ก่อนทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดน้ำเสียในโรงงานกันก่อน โดยน้ำเสียจากโรงงานนั้นเกิดจากกระบวนการผลิต เช่น การล้างทำความสะอาดหรือกระบวนการอื่น ๆ แล้วเกิดการปนเปื้อนน้ำมัน สารเคมี ไขมัน สารแขวนลอย หรือสารอินทรีย์ที่ทำให้คุณภาพน้ำลดลงจนไม่สามารถนำกลับมาใช้หรือปล่อยสู่แหล่งธรรมชาติได้โดยตรง
หากไม่มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมที่ดี สารเหล่านี้อาจไหลสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนี่เองที่ทำให้ทุกโรงงานอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตามกฎหมายบําบัดน้ําเสียอย่างเคร่งครัด พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ได้จริง
อ่านบทความที่น่าสนใจ: Net Zero คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

กฎหมายบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ผู้ประกอบการต้องรู้
เพื่อควบคุมไม่ให้โรงงานปล่อยน้ำเสียเกินมาตรฐาน รัฐบาลได้ออกกฎหมายและประกาศหลายฉบับที่กำหนดให้โรงงานต้องติดตั้งและดำเนินการระบบบำบัดน้ำเสียให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ดังนี้
1. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562)
สำหรับพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไข (พ.ศ. 2562) เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการประกอบกิจการโรงงานที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย โดยมีข้อกำหนดต่อไปนี้
- โรงงานต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม
- ต้องตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด และบันทึกผลอย่างสม่ำเสมอ
- ต้องบำรุงรักษาและดูแลระบบบำบัดน้ำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
- หากปล่อยน้ำเสียเกินมาตรฐาน อาจถูกสั่งระงับการประกอบกิจการชั่วคราว
2. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
กฎหมายฉบับนี้เน้นการควบคุมมลพิษจากทุกแหล่งกำเนิด รวมถึงการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียดังนี้
- มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามค่ามาตรฐานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด
- ต้องมีการจัดเก็บสถิติข้อมูลและรายงานผลการตรวจวัดน้ำเสียต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
- หากฝ่าฝืนอาจมีโทษทั้งจำและปรับ รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายกรณีที่ต้องทำการแก้ไขด้วย
3. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560
ประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำหนดค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตาม ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมและการปนเปื้อน โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานแบ่งเป็น 2 มาตรฐานสำคัญต่อไปนี้
ตารางที่ 1: มาตรฐานลักษณะน้ำทิ้งทั่วไป
| ลำดับ | ดัชนีคุณภาพน้ำ (Parameter) | เกณฑ์มาตรฐาน | หน่วย |
| 1 | ความเป็นกรดและด่าง (pH) | 5.5 ถึง 9.0 | – |
| 2 | อุณหภูมิ (Temperature) | ไม่เกิน 40 | องศาเซลเซียส |
| 3 | สี (Color) | ไม่เกิน 300 | เอดีเอ็มไอ (ADMI) |
| 4 | ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) | ไม่เกิน 3,000 (กรณีระบายลงแหล่งน้ำปกติ) | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 5 | ของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (TSS) | ไม่เกิน 50 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 6 | บีโอดี (BOD) | ไม่เกิน 20 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 7 | ซีโอดี (COD) | ไม่เกิน 120 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 8 | ซัลไฟด์ (Sulfide) | ไม่เกิน 1 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 9 | ไซยาไนด์ (Cyanide) | ไม่เกิน 0.2 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 10 | น้ำมันและไขมัน (Oil and Grease) | ไม่เกิน 5 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 11 | ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) | ไม่เกิน 1 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 12 | สารประกอบฟีนอล (Phenols) | ไม่เกิน 1 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 13 | คลอรีนอิสระ (Free Chlorine) | ไม่เกิน 1 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 14 | สารฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ (Pesticide) | ต้องตรวจไม่พบ | – |
| 15 | ทีเคเอ็น (TKN) | ไม่เกิน 100 | มิลลิกรัม/ลิตร |
หมายเหตุ: ในกรณีระบายลงแหล่งน้ำที่มีค่า TDS เกิน 3,000 มิลลิกรัม/ลิตร อยู่แล้ว ค่า TDS ในน้ำทิ้งต้องมีค่าเกินกว่าแหล่งน้ำนั้นได้ไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัม/ลิตร
ตารางที่ 2: มาตรฐานโลหะหนักในน้ำทิ้ง
| ลำดับ | รายการโลหะหนัก | เกณฑ์มาตรฐาน (ไม่เกิน) | หน่วย |
| 1 | สังกะสี (Zn) | 5.0 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 2 | โครเมียมเฮกซะวาเลนท์ (Hexavalent Cr) | 0.25 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 3 | โครเมียมไตรวาเลนท์ (Trivalent Cr) | 0.75 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 4 | สารหนู (As) | 0.25 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 5 | ทองแดง (Cu) | 2.0 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 6 | ปรอท (Hg) | 0.005 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 7 | แคดเมียม (Cd) | 0.03 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 8 | แบเรียม (Ba) | 1.0 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 9 | ซีลีเนียม (Se) | 0.02 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 10 | ตะกั่ว (Pb) | 0.2 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 11 | นิกเกิล (Ni) | 1.0 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| 12 | แมงกานีส (Mn) | 5.0 | มิลลิกรัม/ลิตร |
ข้อกำหนดสำคัญเพิ่มเติม
- วิธีการเก็บตัวอย่าง ให้เก็บแบบจ้วง (Grab Sample) ณ จุดระบายทิ้งออกจากโรงงาน
- ข้อห้าม ห้ามใช้วิธีทำให้เจือจาง (Dilution) เพื่อให้ค่าน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
สาเหตุที่โรงงานต้องบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน
แม้การบำบัดน้ำเสียจากโรงงานจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมายแล้ว ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่บอกได้ว่าทำไมทุกโรงงานถึงควรติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเฉพาะด้านต่อไปนี้
- สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร การให้ความสำคัญกับระบบบำบัดน้ำเสียนั้นสอดคล้องกับแนวคิด ESG และ Net Zero ซึ่งเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าเป็นองค์กรสีเขียวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน
- ลดต้นทุนระยะยาว น้ำที่ผ่านการบำบัดสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ผ่านระบบรีไซเคิลน้ำ เช่น รดน้ำ ล้างพื้น หรือใช้ในระบบน้ำหล่อเย็น
- เพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน น้ำที่ผ่านการบำบัดจะไม่ส่งกลิ่นเหม็นและไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคภายในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม

หลักการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบบำบัดน้ำเสียมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะน้ำเสียและพื้นที่ของโรงงาน โดยหลักการแล้วจะมี 3 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำงานร่วมกัน
1. การบำบัดขั้นต้น (Primary Treatment)
กำจัดของแข็งขนาดใหญ่ เช่น เศษผ้า ทราย และตะกอน โดยใช้ถังดักตะกอนหรือบ่อพักน้ำ หรือใช้ระบบ MBDAF โดยขั้นตอนนี้จะเน้นการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีทางกายภาพ
2. การบำบัดขั้นที่สอง (Secondary Treatment)
ขั้นตอนนี้จะใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ เช่น ระบบบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่ง ระบบบ่อเติมอากาศ
3. การบำบัดขั้นสุดท้าย (Tertiary Treatment)
การบำบัดน้ำเสียในขั้นตอนสุดท้าย ส่วนใหญ่แล้วเป็นการกรองน้ำด้วยระบบ UF ระบบ RO หรือระบบ ECR เพื่อให้น้ำมีความสะอาดสูง รวมถึงการเพิ่ม Ozone ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ได้น้ำสะอาดที่พร้อมต่อการนำกลับมาใช้
แนวทางการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียให้ถูกต้องตามกฎหมาย
เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องและผ่านการตรวจตามมาตรฐาน ควรใช้แนวทางต่อไปนี้ในการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย
- ออกแบบระบบโดยวิศวกรสิ่งแวดล้อมที่มีใบอนุญาต
- ยื่นขออนุญาตก่อสร้างและติดตั้งจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
- ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งและจัดทำรายงานผลตามความถี่ที่ระบุในกฎหมายและใบอนุญาต
- บำรุงรักษาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้ำทิ้งคงคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
หากมีการติดตั้งโดยไม่ขออนุญาตอาจมีบทลงโทษตามกฎหมาย ดังนั้นก่อนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ควรปรึกษากับผู้ให้บริการติดตั้ง เพื่อให้ได้รับการออกแบบที่เหมาะสมพร้อมคำแนะนำในการขออนุญาตอย่างถูกต้อง
Econowatt รับติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียครบวงจรสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม
เพื่อให้การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียรองรับทั้งด้านประสิทธิภาพและพื้นที่ใช้งานEconowatt มีผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งตามกฎหมายบําบัดน้ําเสียในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมการดูแลแบบครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น
- MBDAF (Micro Bubble Dissolved Air Flotation) สำหรับแยกน้ำมันและตะกอน
- EHR (Electro Hardness Removal) สำหรับลดความกระด้างของน้ำ
- UF และ ECR สำหรับกรองละเอียดและรีไซเคิลน้ำ
- Biomicrogel สารชีวภาพดักจับน้ำมัน ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
- Ozone ที่ช่วยกำจัดเชื้อ กลิ่น สี ไม่ทำให้เกิดสารเคมีตกค้าง เพื่อให้ได้น้ำสะอาดตามข้อกำหนด และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
ระบบทั้งหมดถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งานจริง ช่วยให้โรงงานปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมั่นใจ สอบถามได้ที่ ติดต่อเรา

กฎหมายบําบัดน้ําเสียโรงงานอุตสาหกรรม เรื่องสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
กฎหมายบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม เป็นข้อกำหนดที่ไม่ได้ออกมาเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการบริหารจัดการน้ำทิ้งจากโรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และช่วยป้องกันการปนเปื้อนของแหล่งน้ำธรรมชาติที่อาจส่งผลต่อชุมชนในบริเวณใกล้เคียงได้
สำหรับเจ้าของโรงงานที่กำลังมองหาโซลูชั่นดี ๆ ในการบำบัดน้ำเสีย Econowatt พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยวางแผน ออกแบบ และติดตั้งระบบตามกฎหมายบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและการบริการแบบครบวงจร เพื่อให้โรงงานของคุณมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และยั่งยืนอย่างแท้จริง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Line: @econowatt
- Facebook: ไทยเอ็นเนอร์ยี่คอนเซอร์เวชั่น ระบบบำบัดน้ำอนุรักษ์พลังงาน Econowatt
- Tel: 02-809-1601
- Email: sales@econowatt.co.th
อ้างอิง :
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กฎหมายบําบัดน้ําเสีย (FAQ)
Q: โรงงานทุกประเภทจำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียหรือไม่?
A: ทุกโรงงานที่มีน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต จำเป็นต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมายบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม
Q: หากโรงงานปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัด จะมีโทษอย่างไร?
A: อาจถูกสั่งระงับกิจการและปรับตามอัตราโทษ รวมถึงค่าปรับรายวันในกรณีฝ่าฝืนต่อเนื่อง ตามดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่และบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
Q: ต้องตรวจคุณภาพน้ำเสียบ่อยแค่ไหน?
A: โรงงานควรตรวจคุณภาพน้ำทิ้งอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจัดทำรายงานผลเพื่อส่งหน่วยงานภาครัฐ
Q: ระบบบำบัดน้ำเสียต้องขออนุญาตก่อนติดตั้งหรือไม่?
A: ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยให้วิศวกรผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ออกแบบระบบและลงนามรับรอง
