ลดค่าไฟโรงงาน พร้อมลด Carbon Footprint ทำได้จริงไหม

แนะนำวิธีลดค่าไฟโรงงาน พร้อมลด carbon footprint
ปัจจุบัน โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับการลด Carbon Footprint และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐาน ESG ที่ส่งผลต่อการแข่งขันทางธุรกิจในระยะยาว

แม้หลายคนอาจมองว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่ในความเป็นจริง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในโรงงานสามารถช่วยลดทั้งค่าไฟฟ้า และลดการปล่อยคาร์บอนได้พร้อมกัน โดยเฉพาะในระบบที่ใช้พลังงานสูง เช่น HVAC, Chiller, เครื่องอัดอากาศ และระบบน้ำภายในโรงงาน

บทความนี้ Econowatt จะมาแนะนำโซลูชันที่ทำให้สามารถลดพลังงานในโรงงาน และยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ไปพร้อม ๆ กัน

Key Takeaway

  • การลดการใช้พลังงานในโรงงานช่วยลดต้นทุนค่าไฟ และช่วยลด Carbon Footprint ได้ในระยะยาว
  • ระบบ HVAC, Chiller และระบบน้ำ เป็นจุดที่มีศักยภาพในการประหยัดพลังงานสูง
  • Heat Recovery, Water Recycling และ Smart Monitoring เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลด Energy Waste ภายในโรงงาน
  • การควบคุมคุณภาพน้ำในระบบหล่อเย็นช่วยรักษาประสิทธิภาพของระบบ Chiller และช่วยลดภาระการใช้พลังงาน
Table of Contents

ทำไมการลด Carbon Footprint โรงงาน ถึงสัมพันธ์กับค่าน้ำ-ค่าไฟที่ต้องจ่าย?

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม คือการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะในประเทศที่ยังพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

นอกจากนี้ ระบบสูบน้ำ ระบบบำบัดน้ำ ระบบปรับอากาศ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ ล้วนต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก ดังนั้น หากโรงงานสามารถลดการใช้พลังงานโดยรวมได้ ก็จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานจึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญขององค์กรที่ต้องการมุ่งสู่เป้าหมายด้าน Net Zero และ ESG ในระยะยาว

อ่านบทความที่น่าสนใจ: ESG คืออะไร? และทำไมโรงงานควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

วิธีลด Carbon Footprint ในโรงงานเบื้องต้น

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการลด Carbon Footprint เชิงโครงสร้าง ระบบการดำเนินงานในโรงงานโดยพื้นฐานเองก็มีวิธีลดการใช้พลังงาน หรือสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน โดยผู้ประกอบการสามารถปลูกฝังวัฒนธรรมหรือแนวคิดเหล่านี้ในองค์กรของตัวเองได้

  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโรงงาน เพราะต้นไม้จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงช่วยลดปริมาณ Carbon Footprint โรงงานได้
  • ลดการใช้สาร CFC หรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก
  • ใช้เครื่องจักรแบบประหยัดพลังงาน เช่น เครื่องอัดอากาศที่มีเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ใช้พลังงานน้อยลง
  • เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในการดำเนินงาน
  • ใช้สารชีวมวลแทนเชื้อเพลิงถ่านหิน โดยสารชีวมวลจะมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า
  • รณรงค์การประหยัดไฟฟ้าภายในโรงงาน เช่น การกำหนดอุณหภูมิแอร์ในโซนออฟฟิศ หรือการปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน

สำหรับวิธีลด Carbon Footprint ด้วยแนวคิดเหล่านี้ก็สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นองค์กร Net Zero และ ESG ที่ยั่งยืนได้

อ่านบทความที่น่าสนใจ: 7 วิธีประหยัดพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพ

วิธีลดพลังงานในโรงงานเชิงโครงสร้าง ลดต้นทุน

เจาะลึก 3 วิธีลดพลังงานในโรงงานเชิงโครงสร้าง ช่วยเซฟต้นทุนได้ทันที

นอกจากการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานภายในองค์กรแล้ว ในระดับโครงสร้างของโรงงานก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้เช่นกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยทั้งลดต้นทุนค่าไฟและลดการปล่อยคาร์บอนได้ในระยะยาว โดยมีวิธีดังนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร

โดยส่วนใหญ่แล้ว การที่เครื่องจักรจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมักมาจาก ‘พลังงานส่วนเกิน’ ซึ่งจะเป็นพลังงานที่ถูกใช้ไปโดยเสียเปล่าจากการที่ไม่ได้ทำการซ่อมบำรุงประจำปี หรือการใช้เครื่องจักรที่ระบบเก่าแล้ว ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

ดังนั้นหากต้องการลด Carbon Footprint ผู้ประกอบการโรงงานควรดึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรให้ใช้งานได้คุ้มค่ามากที่สุด โดยสามารถทำได้ด้วยการเลือกเครื่องจักรที่มีระบบหรือมาตรฐานดังนี้

  • ใช้ระบบ Inverter หรือระบบควบคุมอัจฉริยะ เพื่อให้เครื่องจักรปรับการทำงานให้สัมพันธ์กับโหลดที่ใช้จริง ลดการใช้พลังงานไปโดยไม่จำเป็น
  • ใช้เครื่องจักรที่ได้มาตรฐาน IE3 หรือ IE4
  • วางแผน Preventive Maintenance เพื่อลดการรั่วไหลและการสูญเสียพลังงาน
  • ติดตั้งระบบ Monitoring เพื่อติดตามการใช้พลังงานแบบ Real-Time

2. บริหารจัดการพลังงานความร้อน และระบบน้ำ

ระบบความร้อนและระบบน้ำในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจุดที่มักจะเกิดความสูญเสียทางพลังงาน (Energy Waste) มากที่สุด แต่ในทางกลับกันก็เป็นจุดที่มีศักยภาพในการลดพลังงานในโรงงานได้มากที่สุดเช่นกัน โดยสามารถทำได้ด้วยการติดตั้งระบบหมุนเวียนพลังงานความร้อนทิ้ง (Heat Recovery) เพื่อนำพลังงานความร้อนที่เหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดพลังงานไฟฟ้าและการใช้เชื้อเพลิงได้

ในส่วนของระบบน้ำ ควรทำระบบบำบัดน้ำอัจฉริยะและการหมุนเวียนน้ำ (Water Recycling) ซึ่งจะเป็นการบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาหมุนเวียนใช้ซ้ำในระบบหล่อเย็น (Cooling Tower) หรือนำมาใช้ในไลน์การผลิต ช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำดิบ ค่าบำบัด และยังส่งผลต่อการลดค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานสูบน้ำได้อีกด้วย

อ่านบทความที่น่าสนใจ: ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมต้องบำบัดน้ำเสีย? กฎหมายและมาตรฐานที่ควรรู้

3. บริหารจัดการ Peak Load

แม้ว่าภายในโรงงานจะมีการปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในโซนออฟฟิศมากแค่ไหน แต่ในเชิงโครงสร้างหรือโซนไลน์ผลิตก็ควรที่จะมีการบริหารจัดการไฟฟ้าด้วยเช่นกัน โดยการปรับลด Carbon Footprint ในส่วนนี้จะเป็นการหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานไฟฟ้าพร้อมกันจำนวนมาก เพื่อลดค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด (Demand Charge) หรือค่าไฟที่คิดจากการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเวลาหนึ่งและเปลี่ยนไปใช้ในช่วง Off-Peak แทน

อีกวิธีหนึ่งคือการติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ (Load Shedding) เพื่อให้ระบบตัดการทำงานของอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นชั่วคราวเมื่อโรงงานมีการใช้ไฟฟ้าใกล้ถึงจุดสูงสุดที่กำหนดไว้ วิธีนี้ก็จะสามารถลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็นได้อย่างมหาศาล

ยกระดับการประหยัดด้วย HVAC ประหยัดพลังงาน และระบบบำบัดน้ำอัจฉริยะ

ระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ หรือ HVAC ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ใช้พลังงานสูงที่สุดภายในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิต ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ HVAC จึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้าได้ในระยะยาว

แนวทางที่นิยมใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบ HVAC ได้แก่ การใช้ระบบ Inverter, ระบบ Chiller Plant Management System (CPMS) และระบบควบคุมปริมาณลมแปรผัน (Variable Air Volume: VAV) ซึ่งช่วยให้ระบบปรับการทำงานตามโหลดการใช้งานจริง ลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น และช่วยควบคุมค่าไฟฟ้าของโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในส่วนของระบบบำบัดน้ำอัจฉริยะ การทำ Water Recycling และการควบคุมคุณภาพน้ำภายในระบบ Cooling Tower และ Condenser Water ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพของระบบหล่อเย็น เนื่องจากการสะสมของตะกรัน Biofilm และจุลินทรีย์ อาจทำให้ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนลดลง และเพิ่มภาระการทำงานของ Chiller

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในระบบ Water Treatment คือระบบโอโซนบำบัดน้ำ ซึ่งช่วยควบคุมจุลินทรีย์และ Biofilm ภายในระบบหล่อเย็น พร้อมช่วยยกเลิกการใช้สารเคมีบางประเภทในระบบ Condenser Water Treatment ทำให้ลดผลกระทบตาม Scope 3 (Zero Chemical) เมื่อระบบแลกเปลี่ยนความร้อนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะช่วยสนับสนุนการลดการใช้พลังงาน ส่งผลโดยตรงต่อ Scope 1 (Chiller Energy ลดลง 25%) และลด Carbon Footprint ในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตาม การออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำอัจฉริยะควรดำเนินการโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละโรงงาน และสามารถควบคุมประสิทธิภาพด้านพลังงานและคุณภาพน้ำได้อย่างเหมาะสม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Ozone Water System

ประหยัดค่าไฟ พร้อมสนับสนุนการลด Carbon Footprint ไปกับ Econowatt

การลด Carbon Footprint ในโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งในระดับบุคลากร การบริหารจัดการพลังงาน และการปรับปรุงระบบวิศวกรรมภายในโรงงาน โดยเฉพาะระบบที่ใช้พลังงานสูง เช่น เครื่องจักร ระบบ HVAC ระบบหล่อเย็น และระบบน้ำ ซึ่งล้วนมีผลต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยรวมขององค์กร

ดังนั้น เมื่อโรงงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดการสูญเสียพลังงานภายในระบบได้ ก็จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า พร้อมสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน Econowatt พร้อมให้บริการโซลูชันด้านระบบบำบัดน้ำ และระบบจัดการพลังงานสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมระบบ Monitoring แบบ Real-Time ที่ช่วยติดตาม วิเคราะห์ และประเมินประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การลด Carbon Footprint (FAQ)

Q: การลด Carbon Footprint ช่วยลดค่าไฟโรงงานได้จริงหรือไม่?

A: ช่วยลดได้จริง เพราะหลายแนวทางในการลด Carbon Footprint มักเกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น การปรับปรุงระบบ HVAC การควบคุมการใช้ไฟฟ้า และการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานลดลงโดยตรง

Q: ระบบใดในโรงงานที่ใช้พลังงานสูงและควรปรับปรุงก่อน?

A: ระบบที่ใช้พลังงานสูงในโรงงานมักได้แก่ ระบบ HVAC, Chiller, เครื่องอัดอากาศ ระบบปั๊มน้ำ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นระบบที่มีศักยภาพในการลดการใช้พลังงานได้มาก หากมีการปรับปรุงประสิทธิภาพหรือควบคุมการทำงานให้เหมาะสม

Q: ระบบบำบัดน้ำอัจฉริยะช่วยลด Carbon Footprint ได้อย่างไร?

A: ระบบบำบัดน้ำอัจฉริยะและ Water Recycling ช่วยลดการใช้น้ำดิบ ลดพลังงานในการสูบน้ำ และช่วยรักษาประสิทธิภาพของระบบหล่อเย็น เช่น Cooling Tower และ Chiller เมื่อระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมในระยะยาว

สารบัญ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แบบคำขอบทความและงานวิจัยอ้างอิง

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *

คำขอรายละเอียดผลิตภัณฑ์

ต้องกรอกฟิลด์ที่มีเครื่องหมาย *