ปัญหาก่อนติดตั้ง: ต้นทุนค่าไฟที่เกิดจากตะกรันและตะไคร่สะสมใน Condenser
ก่อนติดตั้งระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็น พบว่าภายใน Cooling Tower มีการสะสมของตะไคร่น้ำ (ไบโอฟิล์ม) ในหอผึ่งเย็น และเกิดตะกรันเกาะผิวท่อใน Condenser ทำให้การถ่ายเทความร้อนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ
- Chiller ต้องเดินเครื่องหนักกว่าปกติ ทำให้ใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น
- ต้องใช้สารเคมีและ Softener ปรับสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
- ต้องหยุดล้าง Condenser เป็นระยะ เสียเวลาและค่าใช้จ่ายด้านบำรุงรักษาสูงขึ้น
ปัญหาเหล่านี้คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นทุนพลังงานของอาคารสูงขึ้น ทั้งยังต้องเสียเวลาในการหยุดทำงาน และต้องใช้สารเคมีในการปรับสภาพน้ำซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

แนวทางแก้ไข: ติดตั้งระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็นแบบไม่ใช้สารเคมี
ECONOWATT ได้ติดตั้งระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็น รุ่น OZG 120 S เพื่อใช้ควบคุมคุณภาพน้ำในระบบแทนการใช้สารเคมี โดยระบบโอโซนจะเป็นตัวออกซิไดซ์ในน้ำหล่อเย็นแทนสารเคมี ยับยั้งการเกิดตะกรัน กำจัดตะไคร่และแบคทีเรีย โดยสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนไม่ทิ้งสารตกค้าง และระบบยังทำงานในรูปแบบ Closed-Loop พร้อมการควบคุมอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการหยุดเดินระบบทำความเย็นของอาคาร
หลังเดินระบบ ทางอาคารสามารถยกเลิกการใช้ระบบ Softener และลดการใช้สารเคมีปรับสภาพน้ำได้ 100% ช่วยลดทั้งต้นทุนสารเคมีและภาระในการบำรุงรักษาในคราวเดียว
อ่านบทความที่น่าสนใจ: ทำไมโรงพยาบาลยุคใหม่ เริ่มใช้ ‘โอโซน’ แทนสารเคมี
ผลลัพธ์หลังติดตั้งระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็น
หลังจากติดตั้งระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็น พบว่าสามารถลดค่าไฟ Chiller ได้อย่างชัดเจน โดยเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือการขจัดตะกรันใน Condenser ทำให้การแลกเปลี่ยนความร้อนมีประสิทธิภาพดีขึ้น และการลดจำนวนเครื่อง Chiller ที่ต้องใช้งาน ส่งผลให้ระบบโดยรวมใช้พลังงานน้อยลง โดยในส่วนของการทำความสะอาด Condenser เพียงอย่างเดียว สามารถประหยัดค่าไฟได้ 512,460 บาทต่อปี
นอกจากนี้ จากเดิมที่ต้องเดิน Chiller 3 เครื่องเต็มโหลด หลังติดตั้งระบบสามารถลดเหลือเพียง 2 เครื่องที่โหลดประมาณ 60% และปิดได้ 1 เครื่องเต็มระบบ ทำให้ประหยัดค่าไฟได้ถึง 9,562,635 บาทต่อปี รวมแล้วสามารถลดค่าไฟฟ้าได้จริง 10,075,095 บาทต่อปี ซึ่งยังไม่รวมค่าประหยัดด้านน้ำ ค่าแรง และค่าบำรุงรักษาอื่น ๆ ที่ลดลงเพิ่มเติม

โมเดลการลงทุนแบบ ESCO และ Shared Savings
การติดตั้งระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็นเพื่อลดค่าไฟ Chiller ในโครงการนี้ดำเนินการในรูปแบบ ESCO (Energy Service Company) แบบ Shared Savings ซึ่งออกแบบมาให้ลูกค้าไม่ต้องใช้งบลงทุน (CAPEX) ของตัวเอง โดย ECONOWATT เป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบทั้งหมด โดยทางคณะแพทยศาสตร์ทยอยจ่ายส่วนแบ่งจากผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริงเป็นรายเดือน
โดยโมเดลรูปแบบการลงทุนสามารถอธิบายได้ดังนี้
- ลูกค้าไม่ต้องลงทุนเริ่มต้น → ECONOWATT ลงทุนติดตั้งระบบทั้งหมด (2.4 ล้านบาท)
- ระยะเวลาสัญญาแบ่งปันผลประหยัด → จำนวน 24 เดือน
- ผลประหยัดที่เกิดขึ้น = 840,000 บาท/เดือน
- ส่วนแบ่ง ECONOWATT 2.4 ลบ. ระยะเวลา 24 เดือน = 100,000 บาท/เดือน
- คณะแพทย์ได้รับสุทธิทันที = 740,000 บาท/เดือน
ในส่วนของการแบ่งปันผลประโยชน์นั้น ผลประหยัดรวมตลอด 2 ปี อยู่ที่ 20.15 ล้านบาท ส่วนแบ่ง ECONOWATT คงที่ 2.40 ล้านบาท ซึ่งคณะแพทย์ได้รับใน 2 ปี อยู่ที่ 17.75 ล้านบาท และตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไปทางคณะแพทย์จะได้รับผลประหยัดเต็ม 100% (10 ล้านบาท/ปี)
โครงการนี้ส่งผลให้กระแสเงินสดเป็นบวกตั้งแต่เดือนแรก โดยลูกค้าจ่ายส่วนแบ่งด้วย “เงินที่ประหยัดได้จริง” โดยไม่กระทบกับงบประมาณเดิม ซึ่งโมเดลนี้ ECONOWATT เป็นผู้รับความเสี่ยงด้านผลลัพธ์ เพราะรายได้ผูกกับผลประหยัดจริง ไม่ใช่ขายเครื่องแล้วจบ ซึ่งสะท้อนจุดยืนของบริษัทที่ส่งมอบ “ผลลัพธ์ที่รับประกันได้”
นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าโมเดล Shared Savings ช่วยให้องค์กรสามารถเริ่มโครงการประหยัดพลังงานได้ทันที โดยไม่กระทบงบลงทุน
หลักฐานทางวิศวกรรม “ค่า Condenser Approach Temperature ดีขึ้นกว่า 90%”
Condenser Approach Temperature คือผลต่างระหว่างอุณหภูมิสารทําความเย็นที่ควบแน่นกับอุณหภูมิน้ำ ที่ออกจาก Condenser ซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของการถ่ายเทความร้อนในระบบ Chiller โดยตรง หากค่ายิ่งต่ำยิ่งดี เพราะหมายถึงผิวแลกเปลี่ยนความร้อนสะอาดและทํางานได้เต็มที่ โดยผลการวัดก่อนและหลังติดตั้ง สรุปได้ดังนี้
| เครื่อง | ก่อนติดตั้ง | หลังติดตั้ง 2 เดือน | หลังติดตั้ง 10 เดือน |
| Chiller No.5 | 10.9°F | 1.3°F | 0.7°F |
| Chiller No.6 | 13.6°F | 0.7°F | 0.8°F |
ค่า Approach Temperature ลดลงมากกว่า 90% และสามารถรักษาค่าต่ำกว่า 1°F ได้ต่อเนื่องนานถึง 10 เดือน แสดงให้เห็นว่าระบบกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง ซึ่งดีกว่าเกณฑ์การรับประกันของ ECONOWATT ที่ค่าจะไม่เพิ่มเกิน 2°F จากจุดเริ่มต้นอย่างมาก
กราฟต่อไปนี้คือค่า Approach Temperature ที่บันทึกจริงตลอดช่วงการเดินระบบ (ภายใต้โหลดใช้งานจริง) แสดงให้เห็นการทรงตัวในระดับต่ำอย่างสม่ำเสมอ

ภาพถ่ายหน้าจอควบคุม (HMI) ยืนยันค่าที่วัดได้จริง ก่อนและหลังการติดตั้ง

นอกจากสองเครื่องที่ยังเดินอยู่ ประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดีขึ้นยังช่วยให้สามารถปิดการใช้งาน Chiller No.2 ได้ทั้งเครื่องหลังติดตั้งระบบโอโซน ซึ่งเป็นที่มาหลักของการประหยัดค่าไฟฟ้า 60% หรือประมาณ 9.56 ล้านบาท/ปี
อีกหนึ่งผลลัพธ์ที่จับต้องได้ที่สุดคือสภาพถาดน้ำ ของหอผึ่งเย็นจากที่เคยมีตะไคร่น้ำสะสมจนน้ำ ขุ่น และอุดตันรูระบาย กลับมาสะอาดใสหลังเดินระบบโอโซน
มากกว่าการประหยัดค่าไฟ แต่ยังลดคาร์บอนได้กว่า 1,367 ตันต่อปี
ผลลัพธ์ของโครงการนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่การลดต้นทุนพลังงานเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยจากข้อมูลการดำเนินงานจริง พบว่าสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึง 2.88 ล้าน kWh ต่อปี จากการที่ระบบ Chiller ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถลดจำนวนเครื่องที่ต้องเดินลงจาก 3 เครื่อง เหลือเพียง 2 เครื่องได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อคำนวณตามค่า Grid Emission Factor (Scope 2) ของประเทศไทยที่ 0.4750 kgCO₂e/kWh เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1,367 ตัน CO₂ ต่อปี และรวมตลอดช่วงเดินระบบ 730 วัน อยู่ที่ 2,735 ตัน CO₂ เทียบเท่าการงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลได้ราว 297 คันต่อปี
ทั้งหมดนี้ยังไม่นับผลบวกด้านสิ่งแวดล้อมจากการเลิกใช้สารเคมีและระบบ Softener ซึ่งช่วยลดทั้งสารเคมีตกค้างและน้ำทิ้งจากการ Blowdown

บทสรุปจากกรณีศึกษา การติดตั้งระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็นแบบไม่ใช้สารเคมี
กรณีศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แสดงให้เห็นชัดว่า ระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ Cooling Tower และลดภาระการทำงานของ Chiller ได้จริง ส่งผลให้สามารถลดค่าไฟ Chiller ได้มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปี คืนทุนภายใน 2.86 เดือน พร้อมทั้งยังได้ค่า Approach Temperature ที่ดีขึ้นกว่า 90% และคาร์บอนที่ลดได้กว่า 1,300 ตันต่อปี
เมื่อผสานเข้ากับโมเดล ESCO แบบ Shared Savings ที่ลงทุน 0 บาท จ่ายส่วนแบ่งจากผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริงเป็นรายเดือน และรับผลประหยัด 100% หลังครบสัญญา 2 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานของผลการดําเนินงานจริง 730 วัน พร้อมการ Monitoring อย่างต่อเนื่องพร้อมการรับประกันผลลัพธ์
สำหรับท่านที่ต้องการบริหารต้นทุนด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ Econowatt ยินดีให้บริการโซลูชันด้านการจัดการพลังงานและระบบบำบัดน้ำสำหรับระบบปรับอากาศ โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมส่งมอบ “ผลลัพธ์ที่รับประกันได้” ให้กับลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล และองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพระบบทำความเย็น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Line: @econowatt
- Facebook: ไทยเอ็นเนอร์ยี่คอนเซอร์เวชั่น ระบบบำบัดน้ำอนุรักษ์พลังงาน Econowatt
- Tel: 02-809-1601
- Email: sales@econowatt.co.th
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็น (FAQ)
Q: ระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็นช่วยลดค่าไฟ Chiller ได้อย่างไร?
A: ช่วยลดการสะสมของตะกรัน ตะไคร่ และ Biofilm ใน Condenser และ Cooling Tower ทำให้การถ่ายเทความร้อนดีขึ้น ส่งผลให้ Chiller ใช้พลังงานน้อยลง
Q: ระบบโอโซนใช้แทนสารเคมีใน Cooling Tower ได้จริงหรือไม่?
A: ได้จริง เพราะโอโซนมีคุณสมบัติในการยับยั้งตะกรัน กำจัดแบคทีเรีย และควบคุม Biofilm ทำให้หลายระบบสามารถยกเลิกการใช้สารเคมีและ Softener ได้ทั้งหมด
Q: โมเดล ESCO แบบ Shared Savings คืออะไร?
A: เป็นรูปแบบที่ผู้ให้บริการลงทุนระบบให้ก่อน ลูกค้าไม่ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้น และชำระคืนจากผลประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจริง ทำให้เริ่มโครงการได้ง่ายและลดความเสี่ยงด้านงบประมาณ
