ตัวเลขเดียวที่บอกว่าคอนเดนเซอร์กำลังกินไฟเกินจำเป็น

วิศวกรอาคารส่วนใหญ่มักติดตาม ค่าไฟของ Chiller เป็นรายเดือน แต่ปัญหาคือ กว่าตัวเลขค่าไฟจะสะท้อนความผิดปกติ ประสิทธิภาพของระบบอาจลดลงต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว

จริง ๆ แล้วมีอีกค่าหนึ่งที่ช่วยบอกความผิดปกติได้เร็วกว่ามาก และสามารถดูได้จากหน้าจอ Chiller ที่ใช้งานอยู่ นั่นคือ Condenser Approach Temperature

Condenser Approach = อุณหภูมิสารทำความเย็นที่ควบแน่น − อุณหภูมิน้ำขาออกจากคอนเดนเซอร์

ตัวอย่างจากหน้าจอ Chiller ของโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งบนถนนเพลินจิต เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569: 87.6 °F − 85.7 °F = 1.9 °F

ค่านี้สะท้อนระยะห่างของอุณหภูมิ ระหว่างสารทำความเย็นในระบบกับน้ำที่ทำหน้าที่พาความร้อนออกจากคอนเดนเซอร์

เมื่อผิวท่อคอนเดนเซอร์สะอาด การถ่ายเทความร้อนจะทำได้ดี ค่า Approach จึงอยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อเริ่มมีตะกรันหรือไบโอฟิล์ม เกาะบนผิวท่อ ชั้นสิ่งสกปรกเหล่านี้จะทำหน้าที่คล้ายฉนวน ขัดขวางการถ่ายเทความร้อน ส่งผลให้ค่า Approach ค่อย ๆ สูงขึ้น และคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ได้ความเย็นเท่าเดิม

สำหรับ Chiller แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ค่า Condenser Approach โดยทั่วไปควรอยู่ที่ประมาณ 0–4 °F โดยเกณฑ์ที่ ECONOWATT ใช้ในการจัดทำรายงานบริการคือ ไม่เกิน 4 °F หรือประมาณ 2 °C

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูค่าครั้งเดียว แต่คือการติดตาม แนวโน้มของค่า Approach หากพบว่าค่านี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณว่าประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนของคอนเดนเซอร์กำลังลดลงและควรได้รับการตรวจสอบ

กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (U.S. DOE) ระบุว่า ท่อคอนเดนเซอร์และอีวาพอเรเตอร์ที่สกปรกสามารถส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นได้ถึง 30%

ข้อดีของ Condenser Approach Temperature คือ สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองจากข้อมูลการทำงานจริงของ Chiller โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ค่าไฟปลายเดือนเป็นตัวบอกปัญหา

ลองเปิดหน้าจอ Chiller ของคุณวันนี้ แล้วดูว่า Condenser Approach อยู่ที่เท่าไร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่

อ่านบทความที่น่าสนใจ: Chiller กินไฟกว่าปกติ เกิดจากอะไร?

หน้าจอ chiller ที่ โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งบนถนนเพลินจิต วันที่เข้าบริการ 7 กุมภาพันธ์ 2569

หน้าจอแสดงผลของเครื่อง Chiller ณ โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งบนถนนเพลินจิต ในวันที่เข้าบริการ 7 กุมภาพันธ์ 2569 โดยขณะเครื่องทำงานที่ Total Capacity 67.7% พบค่า Entering Condenser Temperature อยู่ที่ 79.6 °F, Leaving Condenser Temperature 85.7 °F และ Condenser Approach 1.9 °F

ทำไมโรงแรมถึงเป็นโจทย์ที่ยากกว่าอาคารทั่วไป

ระบบทำความเย็นของโรงแรมระดับ 5 ดาวมีความซับซ้อนและข้อจำกัดมากกว่าอาคารสำนักงานทั่วไป เพราะต้องรักษาความเย็นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดูแลประสบการณ์ของแขกและเป้าหมายด้านความยั่งยืน

  • ระบบต้องทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงห้องพัก ห้องอาหาร และพื้นที่จัดงานต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา จึงแทบไม่มีช่วงเวลาสำหรับหยุดระบบเป็นเวลานานเพื่อทำความสะอาดหรือบำรุงรักษาคอนเดนเซอร์
  • Cooling Tower อยู่ใกล้พื้นที่ใช้งานของแขกกลิ่นจากสารเคมีหรือละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายอาจส่งผลต่อพื้นที่โดยรอบและประสบการณ์ของแขก จึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมระบบหล่อเย็นเป็นพิเศษ
  • Cooling Load เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอัตราการเข้าพัก งานประชุม และอีเวนต์สามารถทำให้ภาระความเย็นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ Chiller ต้องทำงานที่โหลดสูง ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนของคอนเดนเซอร์จึงยิ่งมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีคราบสะสมบนผิวท่อ
  • มีเป้าหมายด้าน ESG ที่ต้องติดตามและรายงานโรงแรมในเครือระดับสากลมักมีเป้าหมายด้านการใช้น้ำ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม การลดการใช้สารเคมีในระบบหล่อเย็นจึงไม่เพียงช่วยด้านการดูแลระบบ แต่ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรอีกด้วย

การติดตั้งเครื่อง Ozone

เครื่อง ECONOWATT Ozone Water System บนชั้นหอผึ่งเย็น และRemote Alarm Box ที่แจ้งสถานะการทำงานให้ทีมอาคารเห็นได้ตลอดเวลา
  • ซ้าย: เครื่อง ECONOWATT Ozone Water System บนชั้นหอผึ่งเย็น
  • ขวา: Remote Alarm Box ที่แจ้งสถานะการทำงานให้ทีมอาคารเห็นได้ตลอดเวลา

สิ่งที่ Econowatt ติดตั้ง

  • เครื่องกำเนิดโอโซนขนาด 50 กรัม/ชั่วโมง (รุ่น OZG-50N / OZG-50N-TS) สามารถผลิตออกซิเจนความเข้มข้นสูงจากอากาศภายในระบบ ก่อนนำไปผลิตเป็นโอโซน จึง ไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่มีถังสารเคมีสำหรับจัดเก็บ และลดภาระการจัดการของเสีย
  • Mixing Pump ผสมโอโซนเข้าสู่น้ำคอนเดนเซอร์อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ
  • Auto Bleed-off ควบคุมค่าการนำไฟฟ้าของน้ำหมุนเวียนที่ 1,500 µS/cm ช่วยลดการสะสมของเกลือแร่และการเกิดตะกรัน
  • ระบบป้องกัน 9 ชั้น (E01–E09) ตรวจจับความผิดปกติครอบคลุมตั้งแต่ภาวะน้ำขาด พัดลมทำงานผิดปกติ ไปจนถึงการรั่วไหลของก๊าซโอโซน พร้อมทดสอบระบบป้องกันในทุกรอบการบำรุงรักษา
  • Remote Monitoring ติดตามและส่งสถานะการทำงานไปยังเซิร์ฟเวอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อม Remote Alarm Box สำหรับแจ้งเตือนที่หน้างาน
  • รองรับการทำงานต่อเนื่อง 22 ชั่วโมง/วัน ตั้งแต่เวลา 01:00–23:00 น. ทุกวัน

ไทม์ไลน์การติดตั้งและเริ่มเดินระบบ

  • 2 ตุลาคม 2560 | ส่งมอบเครื่องจักร จัดส่งเครื่องกำเนิดโอโซน รุ่น OZG-50N เข้าสู่พื้นที่ติดตั้ง
  • 26 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2561 | ติดตั้งระบบ ดำเนินการติดตั้งเครื่องกำเนิดโอโซน ระบบท่อน้ำเข้า–ออก ระบบไฟฟ้า และชุด Auto Bleed-off ใช้ระยะเวลารวม 7 วัน
  • 29 มีนาคม 2561 | ทดสอบและเริ่มเดินระบบ (Commissioning) ตรวจวัดและยืนยันประสิทธิภาพการทำงาน โดยมีอัตราการผลิตก๊าซโอโซน 50.7 g/hr ปริมาณโอโซนละลายน้ำ 3.30 mg/L ความเข้มข้นออกซิเจน 100% และกำลังไฟฟ้ารวม 3.19 kW พร้อมทดสอบระบบป้องกัน E01–E09 และ W12 ครบทุกรายการ
  • 18 กุมภาพันธ์ 2562 | บำรุงรักษาตามแผนครั้งแรก เข้าตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบตามแผน โดยวัดปริมาณโอโซนละลายน้ำหลังจุดผสม (Mixing) ได้ 4.11 และ 3.13 mg/L พร้อมตรวจวัดค่า Condenser Approach ของ Chiller #1 ได้ 2.6 °F ขณะทำงานที่โหลด 92.1%

ผลลัพธ์ 8 ปี จากบันทึกงานบริการ 49 ฉบับ

ระบบทำความเย็นของอาคารใช้ Chiller เครื่องหลักขนาด 500 ตัน จำนวน 2 เครื่อง ได้แก่ Chiller #1 และ Chiller #2 ซึ่งทำหน้าที่รับภาระหลักของอาคารตลอดช่วงเวลาทำการ

ข้อมูลทั้งหมดในตารางและกราฟด้านล่างอ้างอิงเฉพาะ Chiller #1 และ #2 ขนาด 500 ตัน เท่านั้น เนื่องจากเป็นเครื่องหลักที่ทีมวิศวกรสามารถเข้าตรวจวัดได้ในช่วงเวลาทำงานปกติ

ทุกครั้งที่เข้าหน้างาน ทีมวิศวกรจะตรวจวัดค่าจาก Chiller ที่กำลังเดินเครื่องจริงในขณะนั้น พร้อมบันทึกหมายเลขเครื่องกำกับไว้ จึงสามารถแยกข้อมูลของ Chiller #1 และ Chiller #2 ออกจากกันได้อย่างชัดเจน โดยไม่ได้รวมข้อมูลของทั้งสองเครื่องเป็นเส้นเดียว

ระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ถึงมิถุนายน 2569 ทีมวิศวกรบริการของ ECONOWATT เข้าหน้างานรวม 49 ครั้ง ครอบคลุมทั้งการบำรุงรักษาตามแผนและการเข้าตรวจสอบหรือแก้ไขเมื่อระบบแจ้งเตือน

จากบันทึกทั้งหมด พบการบันทึกค่า Condenser Approach Temperature ของ Chiller เครื่องหลักจำนวน 26 ครั้ง และมีข้อมูลเพิ่มเติมอีก 1 ค่า จากบันทึกประจำวันของทีมวิศวกรอาคาร รวมเป็นข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ทั้งหมด 27 ค่า

1.89 °F
ค่าเฉลี่ยของ Chiller #1 และ #2 จากข้อมูล 27 ครั้ง
27/27 ครั้ง
ทุกค่าที่ตรวจวัดผ่านเกณฑ์ ≤ 4 °F (2 °C)
2.23 °F
ค่าเฉลี่ยเมื่อ Chiller ทำงานที่โหลด ≥ 90% จากข้อมูล 12 ครั้ง
45,785 ชั่วโมง
ชั่วโมงการทำงานที่อ่านได้จาก EW Monitoring ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569
Condenser Approach Temperature ที่วัดได้ทุกครั้งที่เข้าบริการ

กราฟแสดงค่า Condenser Approach Temperature ที่ตรวจวัดในแต่ละครั้งที่เข้าบริการ โดยแยกตามหมายเลข Chiller รวมทั้งหมด 27 ค่า ของเครื่องหลัก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ถึงกันยายน 2569 โดยเส้นประสีแดงแสดงเกณฑ์มาตรฐานที่ ≤ 4 °F

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงค่าเฉลี่ยที่อยู่ในระดับต่ำ แต่คือ ตลอดระยะเวลาที่ติดตาม ยังไม่พบแนวโน้มที่ค่า Condenser Approach Temperature เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ระบบจะผ่านการทำงานมาแล้วกว่า 45,000 ชั่วโมง

ค่าที่บันทึกได้ในช่วงแรกเมื่อปี 2562 อยู่ที่ 2.6 °F ขณะเครื่องทำงานที่โหลด 92.1% ขณะที่ค่าล่าสุดจากบันทึกประจำวันของทีมวิศวกรอาคาร เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 อยู่ที่ 2.5 °F ที่โหลด 97.1%

เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลที่มีระดับโหลดใกล้เคียงกันในช่วงเวลาห่างกันเกือบ 8 ปี ค่า Condenser Approach Temperature จึงยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม

อีกจุดสำคัญคือผลการวัดในช่วงที่ Chiller ทำงานภายใต้ โหลดสูง ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบต้องรับภาระการถ่ายเทความร้อนมากขึ้น ในข้อมูลทั้งหมด 27 ครั้ง มี 12 ครั้งที่ตรวจวัดขณะเครื่องทำงานที่โหลด 90–100% และพบค่าเฉลี่ย Condenser Approach Temperature อยู่ที่เพียง 2.23 °F ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 4 °F อย่างชัดเจน

อ่านบทความที่น่าสนใจ: กรณีศึกษา ลดค่าไฟกว่า 10 ล้านบาทต่อปี ด้วยระบบโอโซนบำบัดน้ำหล่อเย็น

ตารางข้อมูลเต็ม 27 ครั้ง

วันที่เข้าบริการเลขที่รายงานChiller (ตัน)LoadApproach (°F)ผลเทียบเกณฑ์
18 ก.พ. 2562SV19-0176#1 (500)92.1%2.6ผ่าน
29 ก.ย. 2563SV20-1152#1 (500)67.0%0.6ผ่าน
13 ก.ค. 2564SV21-0847#2 (500)71.9%2.7ผ่าน
8 ต.ค. 2564SV21-1230#1 (500)72.0%1.3ผ่าน
6 พ.ย. 2564SV21-1338#1 (500)72.0%1.1ผ่าน
1 ต.ค. 2565SV22-1297#1 (500)78.0%1.2ผ่าน
4 พ.ย. 2565SV22-1456#1 (500)56.8%0.9ผ่าน
2 ก.พ. 2566SV23-0161#1 (500)100.0%1.5ผ่าน
16 มิ.ย. 2566SV23-0932#2 (500)82.1%2.9ผ่าน
11 ก.ค. 2566SV23-1059#1 (500)83.4%1.5ผ่าน
5 ต.ค. 2566SV23-1529#2 (500)83.3%3.0ผ่าน
7 พ.ย. 2566SV23-1730#2 (500)93.1%3.4ผ่าน
18 ม.ค. 2567SV24-0097#1 (500)69.2%1.2ผ่าน
19 ก.พ. 2567SV24-0302#1 (500)94.5%3.4ผ่าน
30 พ.ค. 2567SV24-0938#1 (500)54.0%2.0ผ่าน
11 มิ.ย. 2567SV24-1002#1 (500)100.0%1.8ผ่าน
19 ก.ค. 2567SV24-1232#1 (500)99.4%1.6ผ่าน
21 ส.ค. 2567SV24-1439#1 (500)91.4%1.8ผ่าน
18 ก.ย. 2567SV24-1635#1 (500)89.7%1.6ผ่าน
8 ต.ค. 2567SV24-1750#1 (500)94.0%3.4ผ่าน
5 พ.ย. 2567SV24-1906#1 (500)89.7%1.6ผ่าน
14 ก.พ. 2568SV25-0289#1 (500)78.7%1.4ผ่าน
12 มิ.ย. 2568SV25-1018#1 (500)94.9%1.7ผ่าน
1 ต.ค. 2568SV25-1712#1 (500)77.1%1.3ผ่าน
7 ก.พ. 2569SV26-0247#1 (500)100.0%1.9ผ่าน
6 มิ.ย. 2569SV26-0998#2 (500)99.7%1.1ผ่าน
3 ก.ย. 2569บันทึกอาคาร#1 (500)97.1%2.5ผ่าน
Chiller เครื่องหลัก #1 และ #2 (500 ตัน) รวม 27 ครั้ง ต่ำสุด 0.6 สูงสุด 3.41.89ผ่าน 27/27

หมายเลข Chiller หมายถึงเครื่องที่กำลังเดินระบบ ณ เวลาที่ทำการตรวจวัด ตามข้อมูลที่บันทึกไว้ในรายงาน

สำหรับข้อมูลรายการล่าสุด ณ วันที่ 3 กันยายน 2569 อ้างอิงจากบันทึกการเดินเครื่องประจำวันของทีมวิศวกรอาคาร ไม่ได้มาจากรายงานการให้บริการของ ECONOWATT

“ตลอด 5 ปีที่ผมดูแลระบบนี้ ยังไม่เคยต้องชักแปรงล้างท่อคอนเดนเซอร์เลยสักครั้ง”
— วิศวกรอาคาร ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569

ข้อความข้างต้นเป็นคำบอกเล่าจากทีมวิศวกรอาคาร ไม่ใช่ข้อมูลที่บันทึกไว้ในเอกสารโดยตรง แต่สอดคล้องกับประวัติการบำรุงรักษาที่มีอยู่ โดยจากรายงานบริการทั้งหมด 49 ฉบับ ไม่พบการบันทึกงานชักแปรงล้างท่อคอนเดนเซอร์ ขณะที่ผลการตรวจสอบสภาพภายในคูลลิ่งทาวเวอร์ในแต่ละรอบการบำรุงรักษาระบุตรงกันว่า “สะอาด”

สำหรับผู้จัดการอาคาร ข้อมูลนี้สะท้อนผลลัพธ์ในมิติของการดูแลระบบได้ชัดเจนไม่แพ้ค่า Condenser Approach เพราะการชักแปรงล้างท่อคอนเดนเซอร์แต่ละครั้งไม่ได้มีเพียงค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด แต่ยังอาจหมายถึงการหยุดเครื่อง ค่าแรงของทีมงาน และความเสี่ยงต่อความเสียหายของท่อจากการทำความสะอาดซ้ำ

ทั้งหมดนี้คือต้นทุนด้านการบำรุงรักษาที่อาจไม่ได้ปรากฏอยู่ในใบเสนอราคาของระบบบำบัดน้ำโดยตรง แต่สามารถกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งานของระบบได้

ทำไมค่าถึงไม่ไต่ขึ้นตามอายุการใช้งาน

ในระบบหล่อเย็นแบบเปิด น้ำต้องสัมผัสกับอากาศอยู่ตลอดเวลา ทำให้ฝุ่น สปอร์ และสารอาหารจากภายนอกเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง สภาวะดังกล่าวเอื้อต่อการเกิด ไบโอฟิล์ม (Biofilm) หรือชั้นเมือกบาง ๆ ที่จุลินทรีย์สร้างขึ้นเพื่อยึดเกาะบนผิวท่อ

แม้ไบโอฟิล์มจะมีความหนาเพียงเล็กน้อย แต่สามารถลดประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังกลายเป็นพื้นผิวที่เอื้อต่อการสะสมของตะกรันแคลเซียมในระยะยาว

ระบบโอโซนเข้ามาจัดการปัญหานี้ด้วยกลไกที่แตกต่างจากการใช้สารเคมีทั่วไป

  • ออกซิไดซ์ต่อเนื่อง ลดโอกาสการก่อตัวของไบโอฟิล์ม
    โอโซนออกซิไดซ์และทำลายโครงสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์โดยตรง เมื่อระบบทำงานต่อเนื่องประมาณ 22 ชั่วโมงต่อวัน จึงช่วยควบคุมการสะสมของจุลินทรีย์และลดโอกาสที่ไบโอฟิล์มจะพัฒนาเป็นชั้นหนาบนพื้นผิวระบบ
  • ทำงานแล้วสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน
    ค่าครึ่งชีวิตของโอโซนที่วัดได้จริงหน้างานอยู่ที่ 79–91 วินาที หลังทำหน้าที่ออกซิไดซ์แล้ว โอโซนจะสลายตัวโดยไม่สะสมเป็นสารตกค้าง จึงไม่เพิ่มค่า TDS ในน้ำและช่วยลดภาระด้านสารตกค้างในน้ำทิ้ง
  • ทำงานร่วมกับระบบ Auto Bleed-off เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำ
    ขณะที่โอโซนทำหน้าที่ควบคุมปัญหาด้านชีวภาพ ระบบ Auto Bleed-off จะช่วยควบคุมความเข้มข้นของเกลือแร่ไม่ให้สูงจนเกิดการตกผลึก ตลอดระยะเวลา 8 ปี ค่าการนำไฟฟ้าของน้ำหมุนเวียนจากการบำรุงรักษาตามแผน 16 จาก 17 รอบ อยู่ในช่วง 943–1,676 µS/cm เมื่อเทียบกับค่าควบคุมที่ตั้งไว้ที่ 1,500 µS/cm สะท้อนให้เห็นว่าระบบสามารถระบายน้ำที่มีความเข้มข้นสูงและเติมน้ำใหม่ได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ปฏิบัติงานเฝ้าคูลลิ่งทาวเวอร์ตลอดเวลา
  • กำลังผลิตโอโซนยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงพิกัดตลอดอายุการใช้งาน
    ตั้งแต่ Commissioning ในปี 2561 จนถึงการบำรุงรักษาล่าสุดในปี 2569 รวมระยะเวลา 8 ปี ค่ากำลังผลิตโอโซนที่ตรวจวัดได้อยู่ระหว่าง 48.7–55.9 กรัม/ชั่วโมง เมื่อเทียบกับพิกัดเครื่องที่ 50 กรัม/ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพการผลิตโอโซนยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าพิกัด แม้ผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน
แผ่นฟิลล์ภายในคูลลิ่งทาวเวอร์ รอบบำรุงรักษา มิถุนายน 2567 และถาดรับน้ำและตะแกรงกรอง รอบบำรุงรักษา กุมภาพันธ์ 2569
  • ซ้าย: แผ่นฟิลล์ภายในคูลลิ่งทาวเวอร์ (รอบบำรุงรักษา มิถุนายน 2567)
  • ขวา: ถาดรับน้ำและตะแกรงกรอง (รอบบำรุงรักษา กุมภาพันธ์ 2569) ทั้งสองรอบบันทึกผลตรวจสภาพว่าสะอาดตรงกัน

ผลลัพธ์ไม่ได้มาจากเครื่องอย่างเดียว

หากดูเฉพาะตัวเลข Condenser Approach อาจทำให้เข้าใจว่าเพียงติดตั้งระบบแล้วก็สามารถรักษาประสิทธิภาพไว้ได้ แต่ในความเป็นจริง ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องตลอดหลายปีเกิดจากทั้งประสิทธิภาพของระบบและการดูแลอย่างสม่ำเสมอ

  • บำรุงรักษาตามแผนประมาณทุก 4 เดือน พร้อมเข้าตรวจสอบและแก้ไขเมื่อระบบแจ้งเตือน ตลอดระยะเวลาการใช้งานกว่า 8 ปี
  • ตรวจสอบซ้ำครบ 19 หมวดในทุกครั้ง ตั้งแต่การสอบเทียบเครื่องวัดโอโซนละลายน้ำ คุณภาพน้ำ Make-up ไปจนถึงสภาพของ Cooling Tower โดยมีทั้งค่าที่ตรวจวัดได้จริงและภาพถ่ายประกอบ
  • ทดสอบระบบป้องกัน E01–E09 ทุกรอบ เพื่อยืนยันว่าระบบความปลอดภัยและการป้องกันยังทำงานครบถ้วน ไม่ใช่เพียงตรวจว่าเครื่องยังสามารถเดินระบบได้
  • Monitoring ตลอด 24/7 ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติและเข้าแก้ไขได้ตั้งแต่ระยะแรก ก่อนที่จะส่งผลต่อค่า Condenser Approach

ดังนั้น การรักษาค่า Condenser Approach ให้มีเสถียรภาพในระยะยาว จึงไม่ใช่ผลจากตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ะบบที่ทำงานร่วมกับการตรวจสอบ บำรุงรักษา และติดตามอย่างต่อเนื่อง

หน้าจอ EW Monitoring ของระบบโอโซน แสดงชั่วโมงเดินเครื่องสะสม 45,785 ชั่วโมง ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569

หน้าจอ EW Monitoring ของระบบโอโซน แสดงชั่วโมงเดินเครื่องสะสม 45,785 ชั่วโมง ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569

สรุปผลการใช้งานระบบ Ozone บำบัดน้ำแบบไม่ใช้สารเคมี

กรณีศึกษาจากโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งบนถนนเพลินจิต แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพระยะยาวของระบบบำบัดน้ำแบบไม่ใช้สารเคมี และตอบคำถามสำคัญที่ผู้จัดการอาคารมักถามว่า “ปีแรกอาจได้ผลดี แล้วเมื่อใช้งานไป 5 ปีหรือมากกว่านั้นล่ะ?”

หลังเดินระบบมา 8 ปี เครื่องหลัก Chiller #1 และ #2 มีค่า Condenser Approach Temperature เฉลี่ยเพียง 1.89 °F จากการวัดทั้งหมด 27 ครั้ง โดย ผ่านเกณฑ์ ≤ 4 °F ทุกครั้ง และตลอดระยะเวลาการใช้งาน ยังไม่เคยต้องชักแปรงล้างท่อคอนเดนเซอร์

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือ ผลลัพธ์ที่สามารถตรวจสอบได้จากระบบของอาคารเอง ค่า Condenser Approach สามารถอ่านได้โดยตรงจากหน้าจอ Chiller ไม่ต้องพึ่งรายงานจากผู้ขาย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังเทียบกับบันทึกงานบริการได้ทุกครั้ง ซึ่งเป็นมาตรฐานการพิสูจน์ผลลัพธ์ที่ ECONOWATT ใช้กับทุกโครงการ

ลองเช็ก Chiller ของคุณวันนี้

เปิดหน้าจอ Chiller และตรวจสอบค่า Condenser Approach หากสูงกว่า 4 °F หรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณว่าประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนของคอนเดนเซอร์กำลังลดลง และส่งผลให้ระบบใช้พลังงานมากขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ที่มาของข้อมูล

  • บันทึกงานบริการ (Service Report) โครงการติดตั้งระบบ OZG-50N / OZG-50N-TS ณ โรงแรมระดับ 5 ดาว ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ จำนวน 49 ฉบับ ระหว่าง 26 กุมภาพันธ์ 2561 ถึง 6 มิถุนายน 2569 · ECONOWATT (Thai Energy Conservation Co., Ltd.) · วันติดตั้งและ Commissioning อ้างอิงรายงาน SV17-1131 การบำรุงรักษาตามแผนครั้งแรกอ้างอิงรายงาน SV19-0176
  • ค่า Condenser Approach Temperature, Chiller Load Factor และหมายเลขเครื่องที่เดินอยู่ อ่านและบันทึกจากหน้าจอควบคุม chiller ของอาคาร ณ เวลาที่เข้าให้บริการ · เกณฑ์อ้างอิงในรายงานบริการ: ไม่เกิน 4 °F (2 °C) · บทความนี้รายงานเฉพาะ Chiller เครื่องหลัก #1 และ #2 ขนาด 500 ตัน โดยหมายเลขเครื่องยึดตามช่องบันทึกในแบบฟอร์มรายงาน ซึ่งได้สอบทานกับทีมวิศวกรอาคารและรูปถ่ายประกอบรายงานแล้ว
  • ค่าวันที่ 3 กันยายน 2569 (Chiller #1 · โหลด 97.1% · 2.5 °F) มาจากบันทึกเดินเครื่องประจำวันของทีมวิศวกรอาคาร ไม่ใช่รายงานบริการของ ECONOWATT · คำให้สัมภาษณ์เรื่องการไม่เคยชักแปรงล้างท่อคอนเดนเซอร์ เป็นคำบอกเล่าของวิศวกรอาคารเมื่อวันเดียวกัน · ตัวเลข 45,785 ชั่วโมง อ่านจากระบบ EW Monitoring ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ไม่ใช่ผลรวมชั่วโมงตั้งแต่วัน Commissioning
  • ค่าการนำไฟฟ้าที่อ้างถึง (943 ถึง 1,676 µS/cm) เป็นค่าจากรอบบำรุงรักษาตามแผน 16 จาก 17 รอบ ระหว่างกุมภาพันธ์ 2562 ถึงมิถุนายน 2569 · รอบวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 วัดได้ 232 µS/cm ซึ่งต่ำกว่าย่านนี้ รายงานไว้ตามที่บันทึกโดยไม่สรุปสาเหตุ · ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน 2565 ซึ่งชุดควบคุมค่าการนำไฟฟ้าและวาล์ว Auto bleed-off ชำรุด ค่าที่วัดได้สูงกว่าย่านนี้ และกลับเข้าสู่ย่านปกติหลังเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเสร็จ
  • ค่ากำลังผลิตโอโซนที่อ้างถึง (48.7 ถึง 55.9 กรัม/ชั่วโมง) รวมค่า Commissioning 50.7 กรัม/ชั่วโมง เมื่อ 29 มีนาคม 2561 และค่าจากรอบบำรุงรักษาตามแผนระหว่างกันยายน 2563 ถึงมิถุนายน 2569 · รอบบำรุงรักษาครั้งแรกเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2562 วัดได้ 66.87 กรัม/ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าย่านนี้ รายงานไว้ตามที่บันทึกโดยไม่สรุปสาเหตุ
  • U.S. Department of Energy, Energy Efficiency & Renewable Energy “Chillers” Federal Energy Management Program Fact Sheet: ท่อคอนเดนเซอร์และอีวาพอเรเตอร์ที่สกปรกทำให้คอมเพรสเซอร์ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นได้ถึง 30%
  • บทความนี้รายงานค่าประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนที่วัดได้โดยตรง ไม่ได้เป็นการเคลมตัวเลขผลประหยัดพลังงาน (kWh) ของโครงการ ซึ่งขึ้นกับเงื่อนไขการเดินระบบของแต่ละอาคาร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำ Condenser แบบไม่ใช้สารเคมี

Q: ค่า Condenser Approach Temperature คืออะไร?

A: เป็นผลต่างระหว่างอุณหภูมิสารทำความเย็นที่ควบแน่นกับอุณหภูมิน้ำขาออกจากคอนเดนเซอร์ ในรายงานบริการของโครงการนี้ใช้เกณฑ์ไม่เกิน 4 °F (ประมาณ 2 °C) และควรดูแนวโน้มของค่าที่วัดได้ต่อเนื่องกัน

Q: ผลตรวจ Chiller เครื่องหลักตลอดเกือบ 8 ปีเป็นอย่างไร?

A: ค่า Condenser Approach ของ Chiller #1 และ #2 ขนาด 500 ตัน รวม 27 ค่า เฉลี่ย 1.89 °F และไม่เกินเกณฑ์ 4 °F ทุกครั้ง โดย 26 ค่ามาจากรายงานบริการ และอีก 1 ค่ามาจากบันทึกเดินเครื่องของทีมวิศวกรอาคาร

Q: เมื่อ Chiller ทำงานที่โหลดสูง ค่า Condenser Approach ยังอยู่ในเกณฑ์หรือไม่?

A: ใน 12 ครั้งที่วัดขณะเครื่องเดินที่โหลด 90–100% ค่า Condenser Approach เฉลี่ย 2.23 °F ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่โครงการใช้

Q: ระบบโอโซนต้องบำรุงรักษาหรือไม่?

A: ต้องบำรุงรักษาตามแผนประมาณทุก 4 เดือน และเข้าแก้ไขเมื่อระบบแจ้งเตือน ทีมบริการตรวจซ้ำ 19 หมวด รวมถึงคุณภาพน้ำ สภาพคูลลิ่งทาวเวอร์ และระบบป้องกัน E01–E09

Q: กรณีศึกษานี้พิสูจน์ว่าประหยัดไฟฟ้าได้เท่าไร?

A: บทความนี้รายงานค่า Condenser Approach ซึ่งเป็นข้อมูลด้านการถ่ายเทความร้อนที่วัดได้โดยตรง แต่ไม่ได้รายงานตัวเลขผลประหยัดพลังงานของโครงการเป็น kWh จึงยังสรุปมูลค่าการประหยัดจากข้อมูลชุดนี้ไม่ได้

Q: โรงแรมต้องชักแปรงล้างท่อคอนเดนเซอร์หรือไม่?

A: วิศวกรอาคารให้ข้อมูลว่า ตลอด 5 ปีที่ตนดูแลระบบยังไม่เคยต้องชักแปรงล้างท่อคอนเดนเซอร์ ข้อนี้เป็นคำบอกเล่าของทีมอาคาร ไม่ใช่ค่าตรวจวัดในรายงานบริการ