BOI คืออะไร และช่วยส่งเสริมธุรกิจอย่างไร?

BOI คือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment)มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ผ่านการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและด้านอื่น ๆ แก่โครงการที่ผ่านหลักเกณฑ์ เช่น การลงทุนด้านเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน โดยสิทธิที่ได้รับจะแตกต่างกันตามประเภทกิจการและเงื่อนไขของแต่ละโครงการ

อ่านบทความที่น่าสนใจ: สิ่งที่ควรรู้ ก่อนลงทุนในระบบประหยัดพลังงาน

ลงทุนลดพลังงานหรือลดคาร์บอนแล้วได้ BOI เลยหรือไม่?

การลงทุนเพื่อลดพลังงานหรือลดคาร์บอนไม่ได้ทำให้ธุรกิจได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ทันที เพราะ BOI จะพิจารณาว่าโครงการนั้นเข้าข่ายมาตรการส่งเสริมและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ โดยเฉพาะลักษณะการลงทุนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เช่น สามารถลดการใช้พลังงาน ใช้พลังงานทดแทน หรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนเครื่องจักรเก่าที่ชำรุดเป็นเครื่องใหม่ตามรอบการใช้งาน อาจแตกต่างจากการลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อให้ใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตลดลงอย่างชัดเจน ดังนั้น ธุรกิจควรมีข้อมูลก่อนและหลังการปรับปรุงที่สามารถใช้ประเมินผลได้ พร้อมตรวจสอบประเภทกิจการ เงื่อนไขของมาตรการ และขั้นตอนการยื่นคำขอกับ BOI ก่อนเริ่มลงทุน

boi กับโครงการลดคาร์บอน

โครงการแบบใดอาจเกี่ยวข้องกับ BOI ลดพลังงานและลดคาร์บอน

โครงการที่เกี่ยวข้องกับ BOI ไม่ได้พิจารณาจากประเภทของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูวัตถุประสงค์ของการลงทุนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะโครงการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการใช้ทรัพยากร หรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตัวอย่างโครงการที่ธุรกิจสามารถนำไปพิจารณาได้ มีดังนี้

การเพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงาน

การปรับปรุงระบบที่ใช้พลังงานสูง เช่น Chiller, HVAC หรือระบบควบคุมการทำงาน สามารถช่วยลดการใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินงานของโรงงานหรืออาคารได้ สิ่งสำคัญคือธุรกิจควรมีข้อมูลการใช้พลังงานก่อนปรับปรุง พร้อมกำหนดเป้าหมายและวิธีวัดผลหลังดำเนินโครงการ เพื่อใช้ประเมินว่าโครงการมีผลประหยัดเกิดขึ้นจริงและเข้าหลักเกณฑ์ของ BOI หรือไม่

อ่านบทความที่น่าสนใจ:วิธีลดค่าไฟ HVAC ในอาคาร ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพ Chiller

การเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำและบำบัดน้ำ

การปรับปรุงระบบน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย หรือการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ อาจช่วยลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของกิจการ โดยควรพิจารณาทั้งปริมาณน้ำที่ลดลง คุณภาพน้ำ การใช้พลังงานของระบบ และผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อประเมินความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การส่งเสริมของ BOI

ระบบบริหารและติดตามการใช้พลังงาน

ระบบ Monitoring และระบบควบคุมอัตโนมัติช่วยให้ธุรกิจติดตามการใช้พลังงานของเครื่องจักรและระบบต่าง ๆ ได้ละเอียดขึ้น ทำให้เห็นจุดที่ใช้พลังงานสูงหรือเกิดความสูญเสีย และนำข้อมูลไปใช้วางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพได้ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งระบบ Monitoring เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิ BOI แต่ต้องพิจารณาผลลัพธ์ของโครงการและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย

BOI มีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

สำหรับธุรกิจที่ลงทุนด้านการประหยัดพลังงาน พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิประโยชน์ BOI จะพิจารณาตามมาตรการ ประเภทกิจการ และเงื่อนไขของโครงการ โดยมาตรการ Smart and Sustainable Industry อาจให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่โครงการที่ผ่านหลักเกณฑ์ ดังนี้

ประเภทสิทธิประโยชน์รายละเอียดข้อควรทราบ
ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโครงการที่เข้าเกณฑ์ของมาตรการ Smart and Sustainable Industry อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามระยะเวลาและวงเงินที่ BOI กำหนดต้องพิจารณาประเภทกิจการ เงินลงทุน และเงื่อนไขของมาตรการที่ใช้กับโครงการ
สิทธิด้านเครื่องจักรและอากรอาจมีสิทธิที่เกี่ยวข้องกับอากรขาเข้าเครื่องจักรตามประเภทกิจการและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไม่ควรสรุปว่าเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงานทุกประเภทจะได้รับยกเว้นอากร
สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษีBOI มีสิทธิประโยชน์ด้านอื่น เช่น การนำผู้เชี่ยวชาญหรือช่างฝีมือต่างชาติเข้ามาปฏิบัติงาน และสิทธิด้านการถือครองที่ดินในกรณีที่เข้าเงื่อนไขเป็นสิทธิ BOI โดยทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าโครงการลดพลังงานทุกโครงการจะได้รับสิทธิเหล่านี้

ดังนั้น ก่อนนำสิทธิประโยชน์ BOI มาคำนวณความคุ้มค่าของโครงการ ธุรกิจควรตรวจสอบก่อนว่าโครงการเข้าข่ายมาตรการใด และมีสิทธิได้รับการส่งเสริมในส่วนใดบ้าง โดยเฉพาะ BOI ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีระยะเวลาการยกเว้น และวงเงินที่สามารถใช้สิทธิได้จริง

เงื่อนไขที่ควรตรวจสอบก่อนยื่น BOI

ก่อนเตรียมเอกสาร ผู้ประกอบการควรตรวจทั้งคุณสมบัติของกิจการและความพร้อมของโครงการ หากข้อมูลสำคัญยังไม่ครบ การประเมินสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าอาจคลาดเคลื่อนได้ โดยเงื่อนไขหลัก ๆ ที่ควรตรวจสอบ มีดังนี้

  • ประเภทกิจการหรือมาตรการที่ต้องการยื่นยังเปิดรับและตรงกับลักษณะธุรกิจ
  • โครงการยังไม่เริ่มลงทุนหรือมีภาระผูกพันเกินกว่าที่หลักเกณฑ์อนุญาต
  • มูลค่าเงินลงทุนและรายการเครื่องจักรเป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรการ
  • มีข้อมูลการใช้พลังงาน น้ำ วัตถุดิบ ของเสีย หรือการปล่อยคาร์บอนก่อนปรับปรุง
  • มีเป้าหมายและวิธีวัดผลหลังติดตั้งที่ตรวจสอบและเปรียบเทียบได้
  • มีแผนเงินลงทุน ระยะเวลาดำเนินงาน และผู้รับผิดชอบโครงการชัดเจน

การตรวจรายการเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเห็นช่องว่างของโครงการก่อนยื่นจริง หากมีประเด็นเกี่ยวกับการตีความประเภทกิจการหรือค่าใช้จ่ายที่นับเป็นเงินลงทุน ควรสอบถาม BOI หรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนดำเนินการ

boi กับการลงทุนลดพลังงาน

เตรียมโครงการลดพลังงานและลดคาร์บอนก่อนยื่น BOI อย่างไร?

การเตรียมโครงการที่ดีควรเริ่มก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์ เพราะผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ใช้พลังงานมากเพียงใด และผลประหยัดที่คาดหวังสมเหตุสมผลหรือไม่ วิธีนี้ช่วยทั้งการยื่น BOI และการตัดสินใจลงทุนของบริษัทเอง โดยขั้นตอนเบื้องต้นมีดังต่อไปนี้

1. เก็บข้อมูลฐานก่อนปรับปรุง

รวบรวมค่าไฟ เชื้อเพลิง ปริมาณการผลิต การใช้น้ำ สารเคมี และข้อมูลการเดินระบบในช่วงเวลาที่เพียงพอ ข้อมูลควรแยกส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้ชัด เพื่อไม่ให้ผลประหยัดปะปนกับการเปลี่ยนแปลงของยอดผลิต

2. กำหนดขอบเขตและเป้าหมาย

ระบุว่าจะปรับระบบใด ใช้งบประมาณเท่าไร และคาดว่าจะลดการใช้ทรัพยากรต่อปีเท่าไร ควรระบุหน่วยวัดและสมมติฐานที่ใช้ เพื่อให้ทีมบริหาร ผู้ตรวจสอบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกัน

3. ประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยง

นอกจากผลประหยัด ควรพิจารณาระยะคืนทุน ค่าใช้จ่ายดูแลรักษา อายุอุปกรณ์ ผลกระทบต่อการผลิต และความเสี่ยงหากผลลัพธ์ต่ำกว่าเป้าหมาย

4. วางระบบติดตามผลหลังติดตั้ง

กำหนดวิธีเก็บข้อมูลหลังเริ่มใช้งาน รวมถึงผู้รับผิดชอบและรอบการรายงาน หากโครงการไม่มีข้อมูลติดตาม ธุรกิจอาจไม่สามารถพิสูจน์ผลประหยัดหรือใช้ข้อมูลต่อยอดด้าน ESG และการลดคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BOI กับความคุ้มค่าของโครงการควรพิจารณาแยกกัน

แม้สิทธิประโยชน์ BOI จะช่วยลดภาระด้านการลงทุน แต่ความคุ้มค่าของโครงการควรพิจารณาจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นหลัก ทั้งเงินลงทุน ผลประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา อายุการใช้งาน และระยะเวลาคืนทุน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการยังสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจได้ แม้สิทธิที่ได้รับจะแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้

สำหรับธุรกิจที่ต้องการลดภาระเงินลงทุน อาจพิจารณา ESCO Model เป็นอีกทางเลือกในการพัฒนาโครงการประหยัดพลังงาน โดยรูปแบบนี้สามารถออกแบบการลงทุนและผลตอบแทนจากผลประหยัดที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขของสัญญาได้

BOI กับโอกาสในการยกระดับธุรกิจอย่างยั่งยืน

สิทธิประโยชน์จาก BOI สามารถช่วยสนับสนุนการลงทุนของธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิยังขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ ลักษณะการลงทุน และเงื่อนไขของแต่ละมาตรการ ธุรกิจจึงควรวางแผนโครงการให้ชัดเจนทั้งด้านงบประมาณ เป้าหมาย และผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ ควบคู่กับการตรวจสอบหลักเกณฑ์ BOI ก่อนตัดสินใจลงทุน

สำหรับโรงงานและอาคารที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้านน้ำและพลังงาน ECONOWATT ให้บริการสำรวจและวิเคราะห์การใช้งาน ออกแบบและติดตั้งระบบ รวมถึงติดตามผลหลังดำเนินโครงการ เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรและต้นทุน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

อ้างอิงข้อมูลจาก: boi.go.th

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BOI (FAQs)

Q: บริษัททั่วไปสามารถขอ BOI ได้หรือไม่?

A: สามารถขอได้เมื่อประเภทกิจการและโครงการตรงกับกิจการหรือมาตรการที่ BOI เปิดให้การส่งเสริม บริษัทจึงควรตรวจบัญชีประเภทกิจการและเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่นคำขอ

Q: ลงทุนระบบประหยัดพลังงานแล้วได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ทันทีหรือไม่?

A: ไม่ทันที ธุรกิจต้องยื่นคำขอและผ่านการพิจารณาก่อน อีกทั้งสิทธิและวงเงินที่ได้รับขึ้นอยู่กับมาตรการ คุณสมบัติ และรายละเอียดของแต่ละโครงการ

Q: ควรเริ่มเตรียมข้อมูล BOI ด้านการลดพลังงานจากอะไร?

A: ควรเริ่มจากข้อมูลการใช้พลังงานก่อนปรับปรุง ขอบเขตการลงทุน รายการเครื่องจักร งบประมาณ เป้าหมายผลประหยัด และวิธีวัดผลหลังติดตั้ง เพื่อใช้ประเมินทั้งสิทธิและความคุ้มค่า